Category Archives for การแพทย์และความงาม

ดูดไขมันแบบเจ็บน้อย พักฟื้นไว ไม่ช้ำนาน

LPG endermologie ใช้ร่วมกับการ “ดูดไขมัน”

ด้วยหลักการของเครื่อง LPG endermologie คือการย่อยไขมันก้อนแข็ง ก้อนหนา และจับตัวกับเป็นผังผืดให้มีขนาดเล็กลงได้

ไขมันขนาดเล็กจึงสามารถถูกกำจัดออกได้ง่ายกว่าทำให้การดูดไขมันเห็นผลลัพท์ที่ดีขึ้น

– ลดอาการบาดเจ็บจากรักษา เพราะโครงสร้างเนื้อเยื่อบริเวณนั้นมีความแข็งแรงขึ้น

– ลดอาการบวมช้ำและลดการคั่งค้างของน้ำเหลือง น้ำเลือดและของเสียที่ร่างกายที่ถูกขับออกมาพร้อมกับกระบวนการดูดไขมัน

– ผิวสมานตัวไวขึ้น เกิดความกระชับ เนื่องจากระหว่างชั้นเลเยอร์ไขมันที่ถูกดูดออกไปจะเกิดเป็นช่องว่าง ทำให้คุณต้องใส่ชุดกระชับสัดส่วนตลอด 1-2 เดือน

– ช่วยเรื่องการไหลเวียนโลหิตบริเวณโดยรอบ ให้กลับคือสู่สภาวะปกติได้รวดเร็วยิ่งขึ้o

– ลดการสะสม จับกอดตัวเป็นก้อนหนาของไขมันใหม่

– เทคโนโลยีการกระตุ้นชั้นลึกนี้ช่วยให้ผิวเกิดความแข็งแรงอย่างยั่งยืน เสมือนการเอาเซลล์ไปเข้าฟิตเนส (Skin Fittness)

คอร์สที่เราแนะนำสำหรับผู้ที่ดูดไขมัน

– ก่อนดูดไขมัน 1 สัปดาห์ควรทำ LPG อย่างน้อย 2 ครั้ง โปรแกรม drain เพื่อเตรียมผิวให้มีความแข็งแรงและเพื่อย่อยสลายไขมันก้อนใหญ่ให้เล็กลงและดูดออกง่าย

– หลังจากดูดไขมันแล้วภายในสัปดาห์แรกควรทำ LPG อย่างน้อย 2 ครั้ง โปรแกรม drain

เพื่อขับน้ำเหลืองและของเสียคั่งค้างในบริเวณที่ทำ จะลดอาการบวมและผิวช้ำได้ดีขึ้น

– หลังจากผ่าน 1 สัปดาห์ไปแล้วควรทำ LPG อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง โปรแกรม skin toning หรือยกกระชับ

เพื่อให้ผิวสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินกลับคืนมาได้ดี ทำให้ผิวกลับมาตึงกระชับอีกครั้ง

และป้องกันไม่ให้ผิวสะสมไขมันกลับมามากเกินไป

#LPGendermologie #Flightfornaturalbeauty

เทคนิคการหายใจ ลดความอ้วน จากประเทศญี่ปุ่น!

ทำได้จริงหรอ? แค่หายใจเนี่ยะนะ แถมยังแค่วันละ 4 นาทีด้วยสิ 

จริงค่ะ! ที่มาของเทคนิคนี้เกิดจากการค้นพบครั้งใหม่ แห่งศาสตร์การฝึกหายใจเพื่อการแลกเปลี่ยนออกซิเจนที่สมบูรณ์แบบมากกว่าเดิมเพื่อให้เซลล์ในรางกายทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 

ซึ่งถูกนำมาใช้ควบคู่กับศาสตร์ทางด้าน medical เทคนิคนี้ได้ถูกพัฒนาเพิ่มเติม เพื่อรักษาอาการนอนไม่หลับ และบำบัดอาการปวดหลังของผู้ป่วย 

จนกระทั่งล่าสุด จากการค้นคว้าและทดลองของ มิสเตอร์เรียวสุเกะ มิกิ อดีตดาราดังในญี่ปุ่น วัย 60 ปี ในช่วงที่เราอยู่ระหว่างการพักฟื้นและรักษาอาการปวดหลังนั้นเองเค้าค้นพบวิธีการ ลดน้ำหนักที่เห็นผลได้อย่างชัดเจน ด้วยวิธีการกำหนดลมหายใจเท่านั้น 

เราเรียกเทคนิคนี้ว่า Long Breath Diet เพียงแค่ฝึกการหายใจเข้าออกยาวๆ สามารถทำให้น้ำหนักลดได้ถึง 12.7 กิโลกรัม เดอวลดลงได้ถึง 5 นิ้วเลยทีเดียว (ทำติดต่อกันเพียง 50 วันเท่านั้น)

ขั้นตอนแรกคือ 1 

          ยืนไขว้ขาเล็กน้อย เท้าข้างหนึ่ง วางอยู่หน้าเท้าอีกข้างหนึ่งต่อกัน พยายามทรงตัวให้อยู่ได้ ทิ้งน้ำหนักตัวไปที่เท้าด้านหลัง เกร็งกล้ามเนื้อ ขา ก้น หน้าท้อง หายใจเข้ายาวๆ 3 วินาที (หายใจเข้าท้องยุบ) และยกมือขึ้นเหนือศีรษะ ให้ปอดไ้ด้สูดออกซิเจนเต็มที่ แล้วค่อยหายใจออก และทำแบบเดียวกันนี้ให้ต่อเนื่องกันอย่างน้อย 7 ครั้งให้ครบ 2-5 นาที ในแต่ละวัน 

ขั้นตอนที่ 2 

          ยืนตรง โดยให้เท้าห่างกันเท่าช่วงไหล่ มือข้างหนึ่งวางไว้ที่บริเวณหน้าท้อง มืออีกข้างยกไปด้านหลังให้ได้มากที่สุด กล้ามเนื้อส่วนข้างลำตัวจะได้รับการยืดเหยียด และสูดหายใจเข้า 3 วินาที จากนั้นค่อย ๆ ปล่อยลมหายใจออก ในขณะที่ทำให้เกร็งหน้าท้องไว้ตลอด อย่างน้อยให้ต่อเนื่องกัน 7 วินาที  ทำซ้ำให้ครบ 2-5 นาที ในแต่ละวัน 

เทคนิคการฝึกหายใจลดความอ้วนลักษณะนี้ ดร.จิลล์ จอห์นสัน ผู้เชี่ยวชาญจาก Oxycise กล่าวว่า สามารถช่วยลดน้ำหนักได้เพราะการสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ จะช่วยเพิ่มออกซิเจนในเลือด ทำให้สภาวะการเผาผลาญพลังงานในร่างกายทำได้ดีขึ้น ช่วยกระตุ้นระบบเมตาบอลิซึมกระบวนการเผาผลาญทำได้มีประสิทธิภาพขึ้นนั่นเอง 

ใครกำลังกังวลเรื่องความอ้วน ลองลดน้ำหนักแบบ Long Breath Diet ดูบ้างนะคะ ใช้เวลาเพียงแค่ 4 นาทีเองเท่านั้นค่ะ

ขอบคุณสำหรับการติดตาม

เซลลูไลท์คืออะไร? ทำไมทั้งออกกำลังกาย ดูดไขมัน แต่ไม่สามารถเอาเซลลูไลท์ออกได้?

เซลลูไลท์ คือ เซลล์ก้อนไขมันที่มีขนาดใหญ่ แข็ง หนา จับกอดตัวกันเป็นก้อนอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง เกิดจากการสะสมอัดกันอยู่อย่างหนาแน่นเป็นเวลายาวนาน

มีลักษณะก้อนนูนขึ้นมาด้านบนผิวหนังลักษณะเป็นตะปุ่มตะป่ำ ทำให้สังเกตุได้ถึงความไม่เรียบเนียนของผิว 

เซลลูไลท์ พบได้ทั้งในคนผอมและคนอ้วนนะคะ ที่แปลกคือพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายด้วย พบได้ทั้งในบริเวณ ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง พุง สะโพก บางคนอาจมีอาการเจ็บเมื่อสัมผัสหรือกดได้

สาเหตุของการเกิดเซลลูไลท์

  1. การทานยาคุมกำเนิด หรือเกิดในคุณแม่หลังคลอด เพราะระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงกว่าปกติมาก 
  2. การรับประทานอาหาร ที่มีน้ำตาลหรือไขมันสูง 
  3. การรับประทานอาหารที่มีสารพิษปนเปื้อน 
  4. การบริโภคอาหารที่มีเกลือหรือโซเดียมสูง ทำให้เกิดการบวมน้ำ ระบบการเผาผลาญอาหารภายในร่างกายแปรปรวน  
  5. การสูบบุหรี่ เนื่องจากนิโคตินในบุหรี่จะทำให้เส้นเลือดตีบตัน ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดเสื่อมประสิทธิภาพ เลือดไปเลี้ยงเซลล์ไขมันไม่เพียงพอและเกิดพังพืดจับเกาะ 
  6. การไหลเวียนของเลือดเนื่องจากการอุดตันของไขมันเก่าสะสม เป็นเหตุให้ร่างกายไม่สามารถกำจัดไขมันออกไปได้ 
  7. กรรมพันธุ์ เป็นส่วนสำคัญที่เกิดเฉพาะบุคคล
  8. การดื่มไม่เพียงพอ น้ำเป็นตัวช่วยในการปรับสมดุลให้ร่างกาย และเป็นตัวช่วยในการชะล้างสารพิษออกจากร่างกาย 
  9. ขาดการออกกำลังกายที่เพียงพอ การออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และเป็นการกระตุ้นเซลล์ทุกส่วนในร่างกาย ให้ทำงานได้เป็นปกติ 
  10. การไหลเวียนของน้ำเหลืองในร่างกายไม่ดี ต้องได้รับการเดรนของเสียและการกระตุ้นการทำงานของระบบน้ำเหลืองในร่างกายให้มีภาวะเป็นปกติ
  11. การเปลี่ยนแปลงของสภาวะฮอร์โมนในร่างกาย 

วิธีเซลลูไลท์ กำจัดง่ายๆ ไม่ต้องเจ็บตัว ด้วยการย่อยไขมันให้มีขนาดเล็กมาก จนร่างกายสามารถขับออกได้

การใช้วิธีผิดๆในการสลายเซลลูไลท์

ทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี อันตรายและเจ็บตัว

นอกจากไม่ช่วยสลายเซลลูไลท์ได้อย่างแท้จริงแล้ว

ยังทำให้ผู้เข้ารับบริการต้องเจ็บตัว เสียเลือด และมีความเสี่ยงอันตรายในขณะที่ทำ เช่น การใช้เครื่องช๊อคผิวด้วยความร้อน การนวดด้วยความรุนแรงเพื่อกดให้เซลลูไลท์แตกตัว หรือการใช้กัวซาทำให้ผิวเป็นจ้ำช้ำ แท่งกดดูดผิว กระทั่งการดูดไขมัน

วิธีการเหล่านี้ ไม่สามารถกำจัดเซลลูไลท์ได้อย่างแท้จริง เพราะไม่สามารถเข้าลงลึกถึงระดับไฟโบรบลาสต์ได้

ก่อให้เกิดผลเสียที่ตามมาคือการคั่งค้างของน้ำเหลืองและของเสียในร่างกาย ส่งผลให้เกิดการบวมช้ำ เส้นเลือฝอยในร่างกายแตกละเอียด

เกิดการอักเสบ ติดเชื้อตามมาได้ บางคนเกิดเป็นรอยแผลเป็น แผลนูนคีรอยด์ ยิ่งไปกว่านั้น พบการสะสมเซลลูไลท์ที่มากกว่าเดิมในภายหลังด้วย 

ทำไมออกกำลังกายหนักมาก แต่เอาเซลลูไลท์ออกไม่ได้?

  1. เพราะการออกกำลังกายเป็นการบริหารร่างกายโดยรวม ไม่สามารถเฉพาะเจาะจงในการลดไขมันเฉพาะส่วนที่ต้องการได้ 
  2. แม้แต่การออกกำลังกายเฉพาะส่วนเองก็ตาม มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อมากกว่าการสลายไขมัน  
  3. เซลลูไลท์ เป็น เซลล์ก้อนไขมันที่มีขนาดใหญ่ หนา อัดตัวกันแน่น ทำให้การสลายต้องลงได้ลึกถึงระดับไฟโบรบลาสต์และต้องกระตุ้นในชั้นไขมันที่เหมาะสม 
  4. การออกกำลังช่วยในการสลายไขมัน ลดน้ำหนักได้ก็จริงแต่เป็นการนำไขมันที่มีขนาดเล็ก ย่อยง่ายให้ขับออกไปก่อน การออกกำลังกายแต่เพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอต่อการสลายเซลลูไลท์ได้ ต้องอาศัยการควบคุมอาหาร ลดภาวะปัจจัยกระตุ้นการเกิดเซลลูไลท์ควบคู่ไปด้วย
  5. การสะสมเซลลูไลท์เกิดจากสภาวะการเผาผลาญอาหารของเซลล์เสื่อมหรือทำงานผิดปกติ การฟื้นคืนสภาวะการทำงานของเซลล์จึงจำเป็นต้องได้รับการกระตุ้นในระดับเซลล์ ซึ่งการออกกำลังกายทั่วไปนั้นมีส่วนช่วยแต่ต้องค่อยเป็นค่อยไปและใช้ระยะเวลายาวนานพอสมควร
  6. ปัจจัยความเสื่อมของเซลล์ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ คือ อายุที่เพิ่มมากขึ้น เคมีปนเปื้อนในอาหาร เครื่องสำอาง และมลภาวะต่างๆซึ่งมีส่วนก่อให้เกิดอนุมูลอิสระและความเสื่อมของเซลล์

เซลลูไลท์เป็นไขมันก้อนแข็งที่กำจัดออกยากก็จริง แต่สามารถกำจัดออกได้

การสลายเซลลูไลท์มีมากมายหลายวิธี แต่วิธีการสลายเซลลูไลท์อย่างง่ายและได้ผลลัทพ์ที่เห็นผลในระยะยาวคือ การกระตุ้นเซลล์สลายเซลลูไลท์ที่ระดับไฟโบรบลาสต์

การกระตุ้นเซลล์นอกจากจะทำให้ไขมันก้อนแข็งมีขนาดเล็กลงแล้ว ยังช่วยให้เซลล์สามารถเผาผลาญอาหารได้ดียิ่งขึ้น และได้ผิวที่เรียบเนียน เฟริมกระชับยิ่งขึ้นอีกด้วย  

ขอบคุณสำหรับการติดตาม 

เครื่องนวดสลิมมิ่ง LPG endermologie® คืออะไร? ลดเซลลูไลท์ สลายไขมัน อันดับ 1 ของโลก

เครื่องนวดสลิมมิ่ง LPG กับรางวัลอันดับ 1 ของโลก ด้านการสลายไขมัน ลดเซลลูไลท์ที่ปลอดภัยและได้ผลจริง

เครื่องนวดสลิมมิ่ง LPG เป็นนวตกรรมที่มีจุดเริ่มต้นมาจากการรักษาในเชิงการแพทย์

โดยเริ่มจากการที่คุณหลุยส์ พอล กิเต พยายามคิดหาวิธีรักษา “รอยแผลเป็น” จากเนื้อตายให้กลับมาคืนสภาพเป็นปกติได้ การวิจัยจึงเริ่มต้นขึ้นนับแต่นั้นเป็นต้นมา

จนกระทั่งทำให้ได้ทราบถึงกลไกการกระตุ้นเซลล์เพื่อให้เกิดการฟื้นตัวด้วยตัวเองของเซลล์ ต่อยอดด้วยการรักษาโรคต่างๆได้อีกมากมาย

สถาบันวิจัยเฉพาะทางในฝรั่งเศษ จึงเกิดขึ้นในปี 1986 โดยคุณหลุยส์ พอล กิเต้ (Louis Paul GUITAY) และเป็นที่มาของชื่อเทคโนโลยีเครื่อง Wellness นี้ว่า เครื่อง “LPG”

LPG เข้ามามีบทบาททางการแพทย์อย่างมาก ได้รับความนิยมจากโรงพยาบาลชั้นนำในยุโรปหลายแห่งในเวลาไม่นาน ต่อมาได้รับการจดสิทธิบัตร ว่าด้วยศาสตร์ด้านการรักษานี้ว่า ศาสตร์แห่ง endermologie®

LPG endermologie®  จึงเป็นศาสตร์การกระตุ้นระดับเซลล์เพียงศาสตร์เดียว ที่สามารถกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ได้ถึงระดับชั้นลึกของผิว

หลักการความถี่แรงกลร่วมกับสุญญากาศและกลไกการนวดแบบหลายทิศทาง

LPG endermologie® ถูกพัฒนาขีดความสามารถอย่างต่อเนื่องด้วยทีมนักวิจัยระดับศาสตราจารย์ และมีผลงานวิจัยศึกษาทางวิทยาศาสตร์มารองรับกว่า 145 กรณี

จากสถาบัน   International Scienctific Research Committee 
ค้นหาได้จาก www.cosire-lpg.com

LPG endermologie® ทำให้การสลายไขมัน สลายเซลล์ลูไลท์ ปรับ กระชับรูปร่างอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ทำร้าย ไม่รุกล้ำ ไม่มีการใช้สารเคมีนำเข้าสู่ร่างกาย ไม่ต้องพักฟื้นและไม่เกิดผลข้างเคียงต่อสุขภาพ

LPG endermologie® เทคโนโลยีที่ผ่านการทดสอบและวิจัยแล้วทางวิทยาศาสตร์ ว่าสามาถกระตุ้นและกำจัดไขมันอย่างได้ผล

สามารถย่อยไขมันก้อนแข็ง ไขมันก้อนหนา พังผืด ไขมันที่สะสมเป็นระยะเวลายาวนาน ให้มีขนาดเล็กลงได้

ทำให้ไขมันบางส่วนที่ถูกย่อยจนมีขนาดเล็กแล้ว จะสามารถถูกขับออกตามกลไกของร่างกาย ส่วนที่เหลือจะสามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานคืนกลับสู่เซลล์ได้

การกระตุ้นเซลล์อย่างเป็นธรรมชาตินี้ ทำให้เกิดการเผาผลาญระดับเซลล์ทำได้ดียิ่งขึ้น ทำให้เซลล์แข็งแรงขึ้นและมีส่วนช่วยลดการสะสม และจับตัวเป็นก้อนแข็งหนา ของไขมันใหม่ได้

ทำไมการกระตุ้นที่ระดับไฟโบรบลาสต์จึงช่วยสลายไขมัน และ ลดการสะสมของไขมันได้ 

เพราะไฟโบรบลาสต์อยู่ในผิวชั้นกลางหรือชั้นเดอมิคทำหน้าที่ควบคุมการจับเกาะของไขมัน ถ้าไฟโบรบลาสต์ของเราเสื่อมหรือทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ

จะทำให้กระบวนการ การสั่งสม พอกหนาของไขมันเกิดขึ้นได้ เมื่อเวลาผ่านไปเกิดการเกาะจับตัวเป็นก้อนไขมันหนา แน่นขึ้นไปเรื่อยๆ จะกำจัดออกได้ยากมากยิ่งขึ้น นี่คือตัวการสำคัญในการเกิดเซลลูไลต์นั่นเอง

เครื่อง LPG มีผู้เข้ารับบริการกว่า 60 ล้านคน ในแต่ละปีทั่วโลก และ มีให้บริการใน 115 ประเทศทั่วโลก

เครื่องนวดสลิมมิ่ง LPG กับผลลัพท์อันน่าประทับใจในครั้งแรกที่เข้ารับบริการ

สามารถกําจัดไขมันปกติและก้อนไขมันหนาได้มากถึง 70%

ขจัดอาการผิวเปลือกส้มให้เรียบเนียนขึ้น 54%

ผิวกระชับขึ้น 61%

รอบเอวลดลงทันที 3-4 cm. ใน 3 ครั้ง

*ผลลัพท์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ผลลัพท์ใน 12 ครั้ง

รอบเอวลดลงอย่างน้อย 5.2 cm.

สามารถขจัดผิวเปลือกส้มได้ 99%

ผิวเรียบเนียนขึ้น 82%

ผิวกระชับขึ้น 71%

ทำให้เครื่องนวดสลิมมิ่ง LPG ได้รับ

รางวัลอันดับ 1 ด้านการสลายเซลลูไลท์ที่ปลอดภัยที่สุดและเห็นได้ผลจริงที่สุด

และเป็นเครื่องแรกของโลกที่ได้รับ FDA จากสหรัฐอเมริกา 

เครื่อง LPG นอกจากใช้เพื่อสลายไขมัน กำจัดเซลลูไลท์แล้วยังได้รับการขนานนามว่า The Best Skin Fitness Machine เสมือนเราเอาเซลล์ไปออกกำลังกาย

LPG endermologie®  เมื่อนำมาใช้ในกระบวนการปรนนิบัติผิวหน้า

เป็นครั้งแรกของโลกที่สามารถพิสูจน์ปประสิทธิภาพที่สามารถวัดผลได้ ด้วยผลงานวิจัย เฉพาะศาสตร์กว่า 20 กรณี

และเป็นศาสตร์เดียวที่สามารถกระตุ้นผิวชั้นลึกได้ถึงระดับไฟโบรบลาสท์

LPG endermologie® สำหรับผิวหน้า 

สามารถเสริมสร้างกรดไฮยาลูโรนิกได้มากกว่า 80%

สามารถเพิ่มโครงสร้างคอลลาเจน อิลาสตินได้ถึง 46%

ผิวเรียบเนียนขึ้น 2 เท่า

LPG endermologie® เป็นเทคนิคเดียวที่ช่วยเพิ่มการสร้างคอลลาเจน อีลาสติน และกรดไฮยาลูรอนิคด้วยตัวเองอย่างตามธรรมชาติ

โดยไร้ความเจ็บปวด ไม่ทําร้ายร่างกาย ไม่มีผลข้างเคียง ไม่ทำให้หน้าเบี้ยวผิดรูป ไม่มีการใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย

ไม่ใช่เลเซอร์ ไม่ใช้คลื่นรังสี ไม่บาดผิว ไม่ทำให้เกิดบาดแผล ไม่ใช้ควมร้อน โครงสร้างผิวแข็งแรงได้จากภายใน

เป็นเทคนิคเดียวท่ีสามารถเข้าได้กับสรีระศาสตร์ของผิว ทำให้การใช้เครื่องสําอางได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น และโครงสร้างผิวแข็งแรงอย่างยั่งยืน

ช่วยยกกระชับปรับผิว ทําให้ผิวเนียนเรียบใส ปรับใบหน้าให้เป็นรูปไข่ และทําให้ริ้วรอยลบเลือนลงได้

endermologie® จึงเป็นศาสตร์แห่งเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพที่ตอบโจทย์คนรักสุขภาพได้อย่างแท้จริง

ทำไมการกระตุ้นที่ระดับไฟโบรบลาสต์จึงทำให้ผิวอ่อนเยาว์ขึ้นได้ 

ไฟโบรบลาสต์ คือเซลล์ผิวที่ทำหน้าที่ควบคุมการสร้างคอลลาเจน อิลาสติน กรดไฮยาลูรอนิค และเม็ดสีเมลานินในชั้นผิว

ซึ่งไฟโบรบลาสต์นี้สามารถสูญเสียและเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา สภาวะแวดล้อม สารเคมีจากเครื่องสำอางได้

เมื่อไฟโบรบลาสต์เสื่อมสภาพลง จึงทำให้โครงสร้างผิวภายในไม่แข็งแรง การผลิตคอลลาเจน อิลาสติน กรดไฮยาลูรอนิคทำได้น้อยลง

เกิดความหมองคล้ำ ริ้วรอยเหี่ยวย่น ฝ้า กระ จุดด่างดำ ผิวไม่เรียบเนียน ขาดความยืดหยุ่น ผิวขาดการอุ้มน้ำ หยาบกระด้าง เป็นหลุมเป็นบ่อได้

เพราะฉะนั้นกลไกการกระตุ้นที่ระดับไฟโบรบลาสต์จึงเป็นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ต่อการสร้างความแข็งแรงอย่างยั่งยืนและแท้จริงกลับคืนสู่ผิวนั่นเอง

ใครสามารถใช้เครื่อง LPG endermologie® นี้ได้บ้าง?

  • ผู้ที่ต้องการลดลสายไขมัน กำจัดเซลลูไลท์ กระชับสัดส่วน กระชับรูปร่าง
  • ผู้ที่น้ำหนักตัวเยอะมากๆ ต้องการตัวช่วยให้การลดน้ำหนักเห็นผลได้ไวยิ่งขึ้น
  • ผู้สูงอายุ ที่ไม่สะดวกแก่การออกกำลังกายหนัก ขาไม่ดี เข่าเสื่อม ลงน้ำหนักตัวมากไม่ได้
  • ท่านที่มีปัญหาเรื่องเซลลูไลท์กำจัดออกจากร่างกายไม่ได้
  • ท่านที่ต้องการกระชับรูปหน้า ลดรอยเหี่ยวย่น คืนความอ่อนเยาว์ให้ผิว การสร้างความแข็งแรงให้โครงสร้างชั้นลึกของผิว
  • ผู้ที่ต้องการรักษารอยแผลเป็น
  • ผู้ที่ต้องการรักษาอาการออฟฟิศซินโดรม
  • ต้องการการนวดเพื่อผ่อนคลาย
  • ต้องการล้างสารพิษ ด้วยการเดรนของเสียในร่างกาย ขับของเสียคุณแม่หลังคลอด Detox เพื่อการล้างพิษ
  • กระตุ้นให้เกิดการไหลเวียนของระบบน้ำเหลือง โดยของเสียจะถูกถ่ายเทออกได้ในระดับเซลล์
  • ผู้ที่มีอาการบวมเนื้อเยื่อแข็ง หลังผ่าตัดหรืออุบัติเหตุ

เพราะเราอยากให้ทุกคนมีสุขภาพดีอย่างแท้จริง ด้วยการหลีกเลี่ยงสารเคมี สารพิษที่สะสมและอาจก่อให้เกิดโทษในระยะยาวต่อร่างกาย หันมาเริ่มต้นดูแลสุขภาพจากภายใน เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนตั้งแต่วันนี้ #Fightfornaturalbeauty ไปด้วยกันนะคะ

ผลลัพท์อันน่าอัศจรรย์

ลดพุง : https://youtu.be/fMAGbD8-esQ

สลายเซลลูไลท์ ต้นขา : https://youtu.be/-4UfKYDcVbc

ลดเหนียง ปรับรูปหน้า : https://youtu.be/lOTB_9gw_dw

สลายไขมันในผู้ชายอ้วนมาก : https://youtu.be/Ratbp0Bvaeo

ยกกระชับผิวหน้า : https://youtu.be/2A8IJ7XCJ0s

กำจัดเต้าที่3 เต้าที่ 4 เนื้อล้นปลิ้น ข้างรักแร้ : https://youtu.be/l5Jjx4VMzMs

ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ

แฟชั่นเอวคอด เอว S อันตราย เสี่ยงตายจริงหรือ?

ทำไมถึงน่ากลัวขนาดนั้น ?

แฟชั่นเอวคอด เอวเล็ก เอวเอส สาวตัวเล็กนับว่าเป็นกระแสที่มาแรงมากโดยเฉพาะในเกาหลี ซึ่งเดี๋ยวนี้สาวๆมักไปเฟ้นหาวิธีการต่างๆนาๆ

ลเพื่อให้ได้เอวที่เล็กคอดได้ดั่งใจ เช่น การหาสเตรรัดหน้าท้องแบบโครงเหล็กมาใส่ หรือใช้ผ้ายืดมารัดเอวให้เอวเล็กคอดได้ดั่งใจ

ซึ่งแฟชั่นนี้มันได้หวลกลับมาอีกครั้งแล้ว จากที่เคยจางหายไปจากในอดีตที่ผ่านมา…

เดอะ คอร์ซิท (The Corset) เป็นชุดรัดเอว รัดลำตัวผู้หญิง เสื้อยกดันทรงรัดรูปในตัวของสุภาพสตรีในยุคสมัยวิกตอเรียน

ชุดชั้นถูกออกแบบมาให้หน้าอกดันขึ้นไปอยู่ในระดับยกสูงต่ำจากไหปลาร้าเพียงเล็กน้อย เพื่อให้ดูมีหน้าอกที่ใหญ่อวบอิ่ม

ใช้โครงเหล็ก ไม้หลาว หรือกระดูกปลาวาฬมาดาม เพื่อดัดรูปทรงเอวให้เอวคอดเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้

ด้านบั้นท้ายสะโพกต้องผายกว้าง สาวกระโปรงสุ่มพอง เพื่อให้อก เอว สะโพกเข้ารูป บ่งบอกถึงฐานนันดรศักดิ์ ชาติตระกูลที่สูงส่ง มีเกียรติ

แฟชั่นนเอวคอดนี้ ได้รับความนิยมมากในช่วงทศวรรษที่ 1830-1839

สตรีที่มีเอวคอดกิ่ว อกตั้ง กระโปรงสุ่มยิ่งบาน ยกผมทรงสูง ผูกริบบิ้น ยิ่งได้รับความนิยมมากขึ้น ถึงขั้นที่ว่า มีการออกเป็นกฏให้ผู้หญิงต้องสวมชุดคลอเซ็ท

ไม่เช่นนั้นถือว่าผู้หญิงคนนั้น สกปรก ต่ำต้อย ไร้มารยาท ขาดศิลธรรม มีฐานะเป็นทาสหรือชนชั้นแรงงานนั่นเอง

สุ่มกระโปรงที่สวมใส่นั้น ต้องมีความพองฟูหนา และมีน้ำหนังมากถึง 2-15 กิโลกรมเลยทีเดียว

ทำไมถึงอันตรายถึงตายได้?  

เพราะการใส่ชุดที่รัดแน่นขนาดนั้น การเอาโครงเหล็ก ลวด กระดูกปลาวาฬมาดาม จนแน่นมากๆ ทำให้กระดูกสันหลังผิดรูป กระบังลมทำงานผิดปกติ ส่งผลต่อการหายใจเข้าและออก

นอกจากนี้โครงเหล็กหรือกระดูกปลาวาฬนั้นมีลักษณะที่แข็งและไม่ยืดหยุ่น นอกจากกดทับยังมีโอกาส ทำให้เกิดการบาดเจ็บระหว่างการเคลื่อนไหวร่างกาย

ซี่โครงจะเจ็บ ปวดและชา อวัยวะเครื่องในจะถูกบีบรัด ระบบย่อยอาหารเสีย ระบบการทำงานของต่อมน้ำเหลืองในการเดรนขับของเสียของร่างกายทำงานผิดปกติ

การขับถ่ายก็ผิดปกติเนื่องจากลำไส้เคลื่อนย้ายลง ต่ำมาถึงก้น ทั้งเป็นสาเหตุให้การไหลของเลือดภายในผิดปกติอีกเช่นกัน 

นอกจากนี่การสวมสุ่มกระโปรงที่มีความฟูพองหนา และมีน้ำหนักมากนั้นทำให้ไหล่และหลังต้องแบกรับน้ำหนักที่มาก จึงเกิดอาการกระดูกคด ปวดหลัง ปวดศีรษะตามมาได้

ในปี 1903 มี สุภาพสตรีที่เสียชีวิตเพราะการใส่ชุดคอร์ซิทนี้ เพราะเสื้อรัดลำตัวของเธอที่เป็นโครงเหล็ก ทิ่มแทง ทะลุปอด กระแทกหัวใจนั่นเอง 

นอกจากนี้ ในปี 1920 ยังพบว่าเกิดผลกระทบต่อสุขภาพต่างๆมากมาย ที่เกิดเป็นผลระยะยาวจากชุดรัดลำตัวแบบนี้อีดด้วย เช่นอาการอาหารไม่ย่อย ท้องผูกเรื้อรังสะสม การแท้งของสตรีตั้งครรภ์

ภาพโฆษณาชุดรัดทรงย้อนยุค ในช่วงปี 1950 ได้มีการพัฒนาการผลิตชุดรัดลำตัวเพื่อให้สวมสบายมากยิ่งขึ้น 

ภาพด้านบนนี้ คือ Cathie Jung ครองตำแหน่งผู้หญิงที่เอวเล็กที่สุดในโลกจากกินเนสส์บุ๊ค โดยมีขนาดสัดส่วน 39-15-39

 เธอมีขนาดเอวที่คอดกิ่วมาก เพียง 15 นิ้ว (ในปี 1999) และเธอได้เสียชีวิตลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สาเหตุที่เอวเล็กมากขนาดนี้ เพราะการสวมชุด corset ติดต่อกันมาเป็นเวลานานมาก และเธอเป็นคนที่ต้องการสวมชุดเอวคอดนี้ ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อพยุงร่างกายเอาไว้ ระหว่างช่วงวัย 70 กว่าปีของเธอ เธอยังคงมีสุขภาพที่ไม่แตกต่างจากผู้หญิงคนอื่นๆ มีการ ไปว่ายน้ำออกกำลังได้ตามปกติ หากเพียงแต่ จำเป็นต้องสวมชุดพยุงร่างกายไว้ตลอดเวลา 

มาค้นพบ "5 วิธีที่จะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับคลีนิคของคุณ" 

ค้นพบ 5 วิธีที่คลีนิคทั่วโลกใช้ในการก้าวเข้าสู่การทำเงินในธุรกิจสุขภาพองค์รวม

18 อาหารเป็นยา ใช้ดูแลผิวไหม้ เบรินจากแดดได้

อาการของผิวไหม้แดด ยิ่งทำให้ผิวไวต่อแสงมาก และทำให้ผิวยิ่งบอบบางและเกิดการระคายเคืองได้ง่าย นำไปสู่โอกาสการเป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย ดังนั้นเราควรหาสิ่งใกล้ตัวที่มาช่วยลดการอักเสบ ทุเลาอาการบวมแดง ด้วยอาหารผิวง่ายๆดังนี้ค่ะ…

1. มังคุด ใช้เปลือกผลสดหรือแห้งผสมน้ำ สับเป็นชิ้นเล็กๆผสมน้ำ กรองกากออกทิ้งไว้ให้เย็น ใช้ลดอาการอักเสบที่ผิว

2. ขมิ้นชัน ใช้เป็นผงผสมลงกับน้ำมันมะพร้าวใช้ช่วยซ่อมแซมการอักเสบจากภายในและมอบความชุ่มชื้นให้ผิว

3. ว่านหางจระเข้ ช่วยฟื้นฟูอาการผิวไหม้เบรินจากแดด โดยนำวุ้นด้านใน ล้างยางออก ฝานบางๆแปะลงบนแผล หรือปั่นให้เป็นเนื้อละเอียดแล้วพอกไว้ก็ได้

4. ใบชา หรือ ถุงชาร้อนนำถุงชาที่ใช้ชงแล้วไปแช่น้ำเย็นจัดๆ แล้ววางประคบบนผิว  ในชาอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และมีสารไบโอฟลาโวนอยด์ต้านการอังเสธ จะช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนจากอาการไหม้แดดได้

5. โยเกิร์ต โยเกิร์ตมีแลคติกแอซิดช่วยทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นเปล่งปลั่งได้ ให้นำโยเกริตมาพอกลงบนผิวที่มีอาการไหม้แดด ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ผิวก็จะลดการอักเสบลงได้

6. แตงกวา ผักที่มีฤทธิ์เย็น นำแตงกวามาล้างให้สะอาด ฝานบางๆแล้วนำไปแช่เย็น วางบนผิวช่วยปลอบประโลมและฟื้นฟูผิวให้ฟื้นคื้นกลับมาเป็นปกติได้

7. น้ำผึ้ง ชาวจีนเชื่อว่าน้ำผึ้งเป็นยาอายุวัฒนะและยังช่วยบำรุงผิวพรรณ ให้นำน้ำผึ้งทาบริเวณที่ผิวมีอาการไหม้แสบแดง ผสมกับดินสอพองก็ได้เช่นกัน

8. น้ำส้มสายชู นำผ้าขนหนูเนื้อนุ่มๆ ชุบน้ำส้มสายชู วางทับบริเวณที่ผิวมีอาการไหม้ ทิ้งไว้สักครู่ จึงค่อยล้างออกให้สะอาด

9. น้ำแอปเปิ้ล ใช้ผ้าขนหนูเนื้อนุ่มๆ ชุบน้ำแอปเปิ้ล จากนั้นวางทับบริเวณที่ผิวมีอาการไหม้ ก็จะช่วยให้ผิวบริเวณนั้นมีสภาพดีขึ้นได้

10. น้ำนม ใช้ผ้าขนหนูหรือสำลีชุบน้ำนมสดเย็นๆ หรืออาบน้ำนมเลยก็ได้ แลคติกแอซิดช่วยทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น

11. มะเขือเทศ มีสารไลโคปีน เป็นสารไฟโตเคมิคอลที่ช่วยปลอบประโลมผิวโดยตรง ใช้รักษาแสบ อาการไหม้แดด พองแดง และยังมีวิตามินอยู่มากช่วยในการฟื้นบำรุงผิวที่ถูกทำร้ายจากแสงแดดได้เป็นอย่างดี

12.ข้าวโอ๊ต บดข้าวโอ๊ตให้ละเอียดแล้วห่อในผ้าขาวบางหรือผ้าขนหนูที่มีเนื้อบางๆ แช่ในน้ำเย็นจัดสักครู่ จึงค่อยนำมาประคบผิวที่มีอาการไหม้ โดยสามารถทำซ้ำได้ทุก 4 – 6 ชั่วโมง

13. เบกกิ้งโซดา เตรียมเบกกิ้งโซดาปริมาณ 1 – 2 ถ้วยตวง ผสมกับน้ำในอ่างอาบน้ำสำหรับนอนแช่ตัว หรืออาจจะใช้วิธีผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำเย็นแล้วใส่ขวดสเปรย์เพื่อฉีดบำรุงผิว

14. น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ใช้ทาบริเวณที่ผิวไหม้แดดช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและทำให้ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้นได้ 

15. ทานผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี เพราะวิตามินซีมีคุณสมบัติช่วยฟื้นฟูผิวคล้ำเสียจากแสงแดด ให้กลับมาแข็งแรงอย่างรวดเร็วมากขึ้นได้ โดยรับประทาน วิตามินซี วันละ 1,000 มิลลิกรัมขึ้นไป ควบคู่กับการทาโลชั่นบำรุงผิวที่อุดมไปด้วยมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้นได้

16. ทานยาแอสไพรินหรือไอบูโพรเฟน จะช่วยลดอาการบวมแดงจากการไหม้แดดได้ ibuprofen, naproxen หรือแอสไพรินสามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บแสบและการอักเสบ ดร. Brackeen จากสถาบันมะเร็งผิวหนังในลับบ็อก เท็กซัส กล่าวว่า “สามารถทานยาเหล่านี้ต่อไปจนกว่าจะรู้สึกดีขึ้นได้ โดยไม่มีอันตรายต่อร่างกาย”

17. บัวหิมะ บ้านใครที่เป็นพี่น้องชาวจีน จะทราบถึงคุณสมบัติของบัวหิมะกันเป็นอย่างดี ว่าสามารถใช้รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แผลพุพอง แผลอักเสบเป็นหนองได้ ถ้าบ้านใครมีบัวหิมะอยู่ที่บ้าน สามารถนำมาใช้ทาได้เลยค่ะ

 

18. ใบบัวบก หรือ ใบหญ้านาง สมุนไพรพื้นบ้านที่ออกฤทธิเย็น สามารถใช้ต้มดื่มเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวจากการไหม้แดดได้ หรือจะนำใบมาตำหรือบดให้ละเอียดแล้วพอกลงบนผิวเพื่อช่วยลดการอักเสบก็ได้เช่นกัน 

ดูแลสุขภาพด้วยธรรมชาติไปด้วยกันกับเรานะคะ 

#Comfortzoneskincare #flightfornaturalbeauty 

ลดไขมันหน้าท้องแบบเร่งด่วน ต้องทำยังไง? มีทางลัดอะไรบ้าง?

ถ้าไขมันเป็นสิ่งที่คุณพยายามกำจัดมันมาโดยตลอด และถ้าการลดไขมันหน้าท้อง ลดต้นขา ลดพุง ลดความอ้วน ลดเซลลูไลท์ ทำให้คุณเหนื่อยและรู้สึกท้อแท้คุณต้องอ่านโพสต์นี้ 

เพราะเราจะแนะนำถึงวิธีการที่คุณสามารถเลือกกำจัดไขมันที่สร้างความรำคาญในส่วนที่คุณต้อการให้คุณได้ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของตัวคุณเองด้วยนะคะ …

เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ

เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ

การเพิ่มมวลกล้ามเนื้อนั้นสามารถทำให้การทำงานของระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ทำงานได้เยอะกว่าเดิม จะทำให้ไม่อ้วนง่ายและไม่ค่อยมีไขมันหน้าท้อง

วิธีการง่ายที่สุดคือการออกกำลังกาย ออกกำลังกายในระยะเวลาที่เพียงพอต่อการสร้างมวลกล้ามเนื้อ เสริมด้วยการรับประทานโปรตีนเพิ่มขึ้น

เลี่ยงการออกกำลังกายรูปแบบคาร์ดิโอ เพราะคาร์ดิโอคือการเบิร์นไขมันอย่างรวดเร็ว ให้สูญเสียทั้งไขมันและมวลกล้ามเนื้อไปด้วย

สลายไขมันด้วยเทคโนโลยี LPG endermologie

LPG endermologie

การกระตุ้นระดับเซลล์ด้วย LPG เป็นการใช้หลักพลังงานกลและสูญญากาศ เพื่อให้เซลล์ไขมันแตกตัว และเปลี่ยนเป็นพลังงานคืนกลับสู่เซลล์ ช่วยให้เผาผลาญพลังงานและสารอาหารของเซลล์จะทำงานได้ดีขึ้น

เป็นการกำจัดไขมันก้อนแข็ง ไขมันหนา ไขมันส่วนเกินที่ไม่ต้องการออกได้อย่างเห็นผล โดยเฉพาะเซลล์ลูไลท์สามารถ สลายได้ในการนวดเพียง 3 ครั้งเท่านั้น

วิธีนี้นิยมใช้มากในต่างประเทศ เพราะให้ความแข็งแรงของเซลล์อย่างยั่งยืนผลพลอยได้ที่ได้คือ เรียบเนียน กระชับขึ้น คืนความอ่อนเยาว์ของผิว ผิวภายนอกมองเห็นเป็นสีอมชมพูระเรื่อ

การรักษาต่อจุด เฉลี่ยครั้งละ 1,000-3,000 บาท สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ

มาค้นพบ "5 วิธีที่จะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับคลีนิคของคุณ" 

ค้นพบ 5 วิธีที่คลีนิคทั่วโลกใช้ในการก้าวเข้าสู่การทำเงินในธุรกิจสุขภาพองค์รวม

เวเซอร์ หรือการดูดไขมัน

Vaser

เป็นวิธีการกำจัดไขมันส่วนเกินในบริเวณที่ไม่ต้องการออก การทำงานจะปล่อยเครื่องเสียงจากการสั่นออกมาเป็นระลอกๆ ใช้แท่งโลหะความร้อนสูงแทงเข้าไปในชั้นผิว เพื่อให้ไขมันก่อนแข่งแต่งตัว

เมื่อไขมันแยกชั้นแล้วจะแทงเพื่อซักชั่นดูดไขมันออก วิธีนี้เป็นวิธีการที่เห็นผลเร็วมากก็จริง แต่เจ็บมากๆๆๆๆ และก็ตามมาด้วยการพักฟื้นอย่างน้อยหนึ่งเดือน

เส้นเลือดฝอยภายในมีโอกาสจะแตกละเอียดทำให้เกิดรอยจ้ำเขียวช้ำโดยรอบ เกิดรอยแผลเป็นบริเวณที่แทงเข้าไป เป็นแผลเป็นได้ และต้องใส่ชุดกระชับสัดส่วนตลอดเวลาเป็นเวลานาน

ผลสุดท้ายเมื่อกลับไปบริโภคมากขึ้นอีก ก็จะกลับมาอ้วนอีกได้เพราะเกิดไขมันสะสมกลับคืนไปในร่างกายอีกได้เช่นกัน วิธีการนี้ต้องมีการวางยาสลบ จึงเป็นข้อจำกัดของผู้ที่เป็นโรคหัวใจ โรคเลือด ระบบหายใจ และความดันโลหิตสูง ห้ามทำเด็ดขาด

การรักษาต่อจุดเฉลี่ยครั้งละ 15,000-30,000 บาท ต้นขาหนึ่งข้างใช้ 2 จุด

Meso Fat เมโสแฟต

Meso Fat

เมโสแฟต คืออะไร? การฉีดตัวยาที่ช่วยสลายไขมันในชั้นไขมัน โดยมีสารออกฤทธิ์ทำหน้าที่ให้ไขมันฝ่อ ฟีบลง ลดเนื้อเยื้อที่เป็นไขมันลงใช้สำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้า ลดไขมันเฉพาะส่วน ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง

เมโสแฟตเห็นผลได้อย่างรวดเร็วในครั้งแรกที่ใช้ แต่เจ็บนิดหน่อยตอนฉีด ตอนเดินยา แล้วก็จะมีรอยเข็มหลังฉีด ราวๆ 3 วัน ถ้าเข็มไปโดนเส้นเลือดฝอยอาจจะมีรอยแดงม่วงเป็นจ้ำช้ำ

บางตัวยาอาจมีอาการบวมแดง ระคายเคืองได้ ผ่านไปสักระยะ มีโอกาสกลับมาเป็นแบบเดิมได้อีก เพราะไขมันไม่ได้ไปไหนแต่แค่ฝ่อฟีบลงไปเท่านั้น

การรักษาต่อจุด เฉลี่ยครั้งละ 1,500-4,000 บาท หน้าท้องต้องฉีดราวๆ 10 เข็มอย่างต่ำ

Carboxy คาร์บอกซี่

Carboxy

คาร์บอกซี่คือการลดไขมันเฉพาะส่วนด้วยการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าสู่ชั้นไขมันใต้ผิวทำ ให้เส้นเลือดบริเวณนั้นขยายตัว และเซลล์ไขมันค่อยๆสลายตัวออก

ใช้บริเวณ ต้นแขน ต้นขาหน้าท้อง สะโพก ก้น ซึ่งวิธีการนี้ เจ็บมากๆๆๆๆๆ เหมือนผิวบริเวณนั้นจะระเบิดแตก ร้าวขามาก เพราะบวมด้วยการอัดก๊าซเข้าไปแยกชั้นไขมันออกจากชั้นผิว

และต้องทำมากกว่า 3-5 ครั้ง ถึงจะเห็นผล หลังจากทำแล้วจะมีอาการปวดตึงบริเวณที่ทำแต่จะหายไปได้ใน 1-2 วันแรก

ต้องดื่มน้ำมากๆและพักฟื้นระยะหนึ่ง วิธีการนี้มีข้อจำกัดสำหรับผู้ที่เป็นโรคหัวใจ โรคเลือด ระบบหายใจ และความดันโลหิตสูงห้ามทำเด็ดขาด

การรักษาต่อจุด เฉลี่ยครั้งละ 1,500-4,000 บาท สัดส่วนต้องทำอย่างน้อย 4 ครั้งจึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลง

Cryolipolysis สลายไขมันด้วยความเย็น

Cryolipolysis

วิธีการคือความเย็นด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสมในการทำลายเซลล์ไขมัน เป็นการสลายไขมันเฉพาะจุด ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง

สามารถเห็นผลได้ในระยะ 14 วันต้องทำอย่างต่อเนื่องต่อเนื่อง จึงจะเห็นผล และจะชัดเจนที่สุดใน 2-3 เดือน การรักษาต่อจุดเฉลี่ยครั้งละ 7,000-10,000 บาท

การจะลดพุง ลดเซลลูไลท์ ลดต้นแขน หรือ ลดต้นขา อย่าลืมเลือกวิธีที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุดนะคะ เพราะสิ่งเหล่านี้ช่วยให้รูปร่างดีขึ้นก็จริงแต่ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายอย่าง อายุ โรคประจำตัว ความแข็งแรงของร่างกาย ล้วนแล้วแต่ขึ้นอยู่กับตัวของแต่ละคน

เป็นกำลังใจให้ทุกคนให้ การลดน้ำหนักและลดสัดส่วน เป็นไปได้ดั่งใจตามที่คุณต้องการนะคะ

ขอบคุณสำหรับการติดตาม

8 ข้อห้ามเด็ดขาด เมื่อผิวไหม้แดด

โดนแดดกี่นาที ผิวถึงจะไหม้ คำตอบคือ 30-40 นาทีเท่านั้นเอง ยิ่งอยู่ในช่วงแดดจัดๆอย่างตอนนี้


แล้วเมื่อผิวเราไหม้แดดไปแล้วทำอย่างไรดี ?
ธรรมชาติของผิวเราจะมีการซ่อมแซมตัวเองค่ะ และมันอาจจะเริ่มจากสีแดงจัดและอาการเจ็บแสบแล้ว เปลี่ยนจากสีแดงเข้มเป็นสีน้ำตาลไหม้ และจะลอกหลังจากผ่านไป 2-3 วัน
ระหว่างนี้ให้ดูแลตัวเองดีๆ มันจะค่อยๆดีขึ้นภายใน 7-10 วันค่ะ


ข้อห้าม สำหรับผิวไหม้แดด


1. ปะคบร้อน การประคบร้อนยิ่งกระตุ้น ให้แผลเกิดการพุพองและอักเสบได้ เพราะฉะนั้นหลีกเลี่ยงยาทาที่มีฤทธิ์ร้อน ถุงน้ำร้อน หรือของร้อนบริเวณผิว


2. ห้ามสครับผิว การสครับผิวเป็นการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกให้หลุดลอกออกซึ่งยิ่งทำให้เกิดการกระตุ้น มีการขูดข่วนเสียดสี ผิวชั้นในทียังคงสภาพดีอยู่อักเสบมากยิ่งขึ้น


3. อย่าเกาหรือพยายามลอกผิวหนังที่เบรินแดดออก บางคนจะมีอาการคันบริเวณแผลที่เบริน ให้ค่อยๆเพียงลูบบริเวณรอบๆเท่านั้นห้ามถูบริเวณแผลโดยเด็ดขาด เพราะการเสียดสียิ่งทำให้แผลพุพอง แนะนำให้ใช้ยาทาบริเวณที่คันแทนการเกา


4. อย่าออกแดดซ้ำ หลีกเลี่ยงการออกแดดซ้ำโดยทันที มิเช่นนั้นอาการเบรินแดดจะยิ่งกินวงกว้าง และทำให้ผิวชั้นลึกไหม้แดดเพิ่มขึ้น


5. ห้ามใช้วาสลีน หรือ ใช้ปิโตรเลียมเจลลี่บนผิวที่ถูกแดดเผาโดยเด็ดขาด หลายคนเลือกใช้วาสลีนทาที่ผิวที่ไหม้เบริน วาสลีนหรือปิโตรเลียมเจลลี่ไม่ได้มีคุณสมบัติในการสมานแผลและลดการอักเสบของผิว และยังทำให้ผิวไม่สามารถคายความร้อนออกมาได้แผลมีโอกาสหายช้าขึ้น


6. ห้ามวางน้ำแข็ง หรือถุงน้ำแข็งโดดเด็ดขาด บนผิวที่ถูกแดดเผา เพราะการใช้น้ำแข็งที่เย็นจัดมันจะยิ่งไปกัดผิว ทำให้ผิวไหม้ยิ่งกว่าเดืิมและจากแผลที่อาจไม่เปลียนสีเป็นสีน้ำตาลเข้มเปลี่ยนเป็นสีดำไหม้ได้


7. อย่าทำแผลพุพอง อย่านวด อย่าคลึง ผิวโดยเด็ดขาด อย่าสวมเสื้อผ้ารัดรูปบนผิวหนังที่โดนแดดเผา ยิ่งทำให้เกิดการเสียดสี


8. การโดนแดดเผาจะเพิ่มโอกาสในการเป็นมะเร็งผิวหนังและยังสร้างความเสียหายจากแสงแดดในระยะยาวอีกด้วย


ความเสียหายที่ผิวหนัง
การสัมผัสกับแสงแดดมากเกินไป ทำให้ผิวเสียทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยผิว รอยเหี่ยวย่น การเปลี่ยนแปลงเมลานิน เกิดเป็นฝ้า กระ จุดด่างดำ จุดสีน้ำตาลใต้ชั้นผิวทีเรามองไม่เห็นก่อให้เกิดมะเร็งบนผิวหนังได้ ( actinic keratoses)


มะเร็งผิวหนัง
อัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งผิวหนังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากสถิติ Non-Melanoma Skin Cancer และ Melanoma Skin Cancer


ด้วยเหตุนี้ทุกคนควรที่จะปกป้องผิวจากแสงแดด โดยเฉพาะเด็ก เพราะมีผิวที่บอบบางกว่าผู้ใหญ่ และถึงแม้ว่ามะเร็งผิวหนังจะพบได้น้อยในเด็ก แต่หากสะสมเป็นระยะเวลายาวนานในวัยเด็ก ก็มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังในอนาคตได้มาก ดังนั้นควรระมัดระวังเป็นพิเศษกับเด็กๆด้วย โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวและปราศจากสารเคมีอันตรายสำหรับเด็ก


#Flightfornaturalbeauty

วิธีลดอุณหภูมิร่างกาย เมื่ออากาศร้อนจัด

เตือน! ระวังอากาศร้อนจัด เสียชีวิตเฉียบพลันได้

เมื่ออากาศร้อนจัด ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นเฉียบพลัน ระบบภายในช๊อคชั่วขณะ อวัยวะล้มเหลว ถึงตายได้!

โดยเฉพาะช่วงที่ร่างกายขาดน้ำ เพราะน้ำจะระเหยออกจากร่างกายเร็วกว่าปกติ หรือที่เรียกว่า…

ฮีทสโตร์ก (Heat Stroke) เมื่อมีอาการจะรู้สึกือ่อนเพลีย คลื่นไส้อาเจียน แต่ไม่มีเหงื่อออก ตัวร้อนจัด ปวดหัว หน้ามืด ชีพจรเต้นเร็ว ความดันโลหิตลดลง อาจทำให้เสียชีวิตได้ทันที

แนะนำ วิธีลดอุณหภูมิร่างกาย…

  1. ดื่มน้ำเย็น หรือ อมน้ำแข็งเรื่อยๆระหว่างวัน จะช่วยลดอุณหภูมิภายในร่างกายได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยด้วย
  2. จิบน้ำบ่อยๆ ในหน้าร้อน แนะนำดื่มน้ำไม่น้อยกว่าวันละ 10-12 แก้ว เพื่อทดแทนการสูญเสียน้ำในร่างกาย 
  3. เปิดแอร์หรือใช้พัดลมไอเย็นช่วย ช่วงที่อุณหภูมิร้อนจัดๆพัดลมธรรมดา จะพัดเอาแต่เพียงไอความร้อนมาเป่าเท่านั้น 
  4. การทานยาลดไข้ เป็นอีกวิธีที่ใช้ช่วยชีวิตผู้ที่มีอาการฮีทสโตร์กเฉียบพลัน ยิ่งอุณหภูมิเพิ่มสูงเกิน 38 อาศา ทุกคนควรพกติดตัวไว้…
  5. แผ่นแปะลดไข้ เจลเย็น เจลว่านหางจระเข้ นอกจากช่วยลดอุณหภูมิร่างกายได้แล้ว ยังสามารถช่วยสมานผิวกรณีที่มีการไหม้ เบรินจากแสงแดดได้ด้วย
  6. ทิชชู่เปียก ใช้แปะๆตามตัว หรือใช้น้ำกระพรมตามหน้า หน้าอก บ่า ไหล่ หรือบริเวณที่อุณหภูมิสูงเพื่อช่วยให้เกิดการคายความร้อน
  7. พยายามอยู่ในที่ ที่มีต้นไม้เยอะๆหรือในที่ร่มเสมอ ทำม่านน้ำจากบนหลังคาบ้าน หรือใช้น้ำราดพื้น จะช่วยลดอุณหภูมิที่ร้อนระอุได้เช่นกัน
  8. สเปรย์น้ำแร่ ใช้เป็นตัวช่วยลดอุณหภูมิผิว และยังช่วยลดอาการเบรินจากแสงแดดได้
  9. อาบน้ำหรือพรมน้ำบนร่างกายให้บ่อยขึ้น ในการอาบน้ำครั้งนึงช่วยให้ภายในทุกส่วนของร่ายกายเย็นลงได้
  10. ควรพักน้ำไว้ในตุ่ม โอ่งหรือแท๊งค์น้ำก่อนอาบ เพราะตอนกลางวันอากาศจะร้อนจัดทำให้น้ำที่เปิดจากก๊อกน้ำร้อนไปด้วย

ค้นพบ 5 วิธีที่คลีนิคทั่วโลกใช้ในการก้าวเข้าสู่การทำเงินในธุรกิจสุขภาพองค์รวม

6 เทรนสุขภาพที่น่าลงทุนที่สุดแห่งปี 2019

จับตา! เทรนธุรกิจที่จะสร้างโอกาสให้กับนักลงทุนที่มาแรงที่สุดในปี 2019-2020 นี้

ธุรกิจผู้สูงอายุ Home Care และ Nursing Home ธุรกิจการฟื้นฟูสมรรถภาพ (Rehabilitation) ธุรกิจการรักษาโรคด้วยจุลินทรีย์บำบัด ธุรกิจเซลล์บำบัด เผื่อให้เซลล์แข็งแรง กระตุ้นระดับเนื้อเยื่อ ธุรกิจ Special Nutrition หรือ ธุรกิจโภชนาการพิเศษ เจาะลึกเทรนเหล่านี้ให้ดี เพราะมันจะไม่ได้หยุดแค่ปี 2019 นี้อย่างแน่นอน…

1. ธุรกิจเซลล์บำบัด

เครื่องLPG เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ

เซลล์บำบัด กระตุ้นระดับเซลล์ เสมือนหนึ่งการจับเซลล์มาออกกำลังกาย เพื่อให้เซลล์ที่มีอยู่มากมายหลายร้อยล้านเซลล์ในร่างกายแข็งแรงขึ้น ด้วยเหตุที่ธุรกิจด้านสุขภาพความงาม ยังคงมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนี้ ด้วยมูลค่ารวมกว่า 250,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มขยายตัวมากยิ่งขึ้น คาดว่าในปีนี้มูลค่าประมาณการในธุรกิจนี้สูงถึง 500,000 ล้านบาท ซึ่งแน่นอนว่าเป็นที่จูงใจไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุนที่จะเข้ามาดำเนินธุรกิจด้านนี้ 

แน่นอน! นับว่าเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการไทย เพราะประเทศไทยเราเป็นศูนย์กลางการพัฒนาขีดความสามารถด้านการแพทย์และความงาม ประเทศไทยเป็น Medical Hub ที่ตอบโจทย์ด้าน Medical Tourism ด้วยจุดแข็งที่เรามีมากกว่าทุกที่ในอาเซี่ยน คือ เราทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีความสามารถ มีนวตกรรมการแพทย์และเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า มีมาตรฐานบริการทางการแพทย์ที่ดีเยี่ยม ซึ่งสวนทางกับราคาค่ารักษาพยาบาลที่มีอยู่ ซึ่งถ้าเทียบต่างประเทศแล้ว ค่ารักษาพยาบาลบ้านเราถือว่าถูกมาก จึงทำให้ผู้ประกอบการไทยยังมีโอกาสทางธุรกิจด้านนี้อีกมาก

เทรนด์สุขภาพที่กำลังเป็นกระแสนิยม คือ การใช้เทคโนโลยีที่มาจากธรรมชาติ

ความต้องการการหลีกเลี่ยงเคมี หลีกเลี่ยงการนำสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย ไม่ใช้คลื่นความถี่ ไม่ใช้เลเซอร์ ไม่ใช้พลังงานความร้อน ไม่เกิดอันตรายต่อร่างกาย ไม่เจ็บตัว หน้าไม่บูดเบี้ยวผิดรูป ไม่ต้องการการพักฟื้น แต่สามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจนแบบยั่งยืน เน้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและตรงจุดกว่า โดยอาศัยเทคโนโลยีการกระตุ้นระดับเซลล์ ศาสตร์แห่งการกระตุ้นถึงระดับไฟโบบาสเซลล์จึงได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี ด้วยการกระตุ้นเซลล์ในระดับชั้นลึกของผิว ทำให้เซลล์แข็งแรงอย่างยั่ง ทำให้เซลล์มีสุขภาพดี พร้อมยืดอายุเซลล์ ให้มีอายุที่ยืนนานยิ่งขึ้น

และยังใช้เพื่อการรักษาอาการออฟฟิศซินโดรม รอยแผลผ่าตัด ปลุกเซลล์ผิวที่ตายให้กลับฟื้นคืนมาอีกครั้ง ขับของเสียออกจากร่างกาย ลดการบวม การเกิดพังผืดเนื้อตาย ลดความตึงเคล็ดของกล้ามเนื้อ ปรับระบบน้ำเหลืองให้ทำงานดีขึ้น เพิ่มการไหลเวียนโลหิตได้เป็นอย่างดี และสามารถช่วยให้กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเคมีระหว่างเซลล์ทำให้ทำงานได้ดีขึ้น

ในเชิงธุรกิจความงาม เป็นการดูแลรอยแผลเป็น แผลผ่าตัด แผลคีรอย ลดรอยด่างดำ รอยแผลเป็นสิว ริ้วรอยตีกา รอยหมองคล้ำรอบดวงตา สลายยเซลลูไลท์ ขจัดผิวเปลือกส้ม ลดรอบเอว กำจัดส่วนเกิน รีดน้ำเหลืองอาการคั่ง ช่วยผิวกระชับขึ้น นำมาใช้ในกระบวนการการปรับรูปหน้า กระตุ้นการไหลเวียนออกซิเจนใต้ผิว ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าผลพลอยได้ที่ได้รับ คือการเพิ่มกรดไฮยารูรอนิกส์ที่มากกว่า 80% เพิ่มของอีลาสตินถึง 46% ผิวเรียบเนียนขึ้นมากถึง 2 เท่า เทคโลโลยีนี้รองรับด้วยจากทั่วโลกกว่า 145 ชิ้น เป็นเทคโนโลยีที่นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส เป็นวิถีใหม่แห่งการใส่ใจสุขภาพ

2. ธุรกิจหญ้าหวาน (Stevia)

ผู้ป่วยเบาหวาน หญ้าหวาน

เป็นเทรนสุขภาพที่น่าสนใจและกำลังมาแรงเป็นอย่างยิ่ง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยความน่ากลัวของโรคนี้คือ ผู้ใหญ่ 1 ใน 10 คนป่วยเป็นโรคเบาหวาน ซึ่งการเป็นโรคเบาหวานนี้นำพามาด้วยโรคอื่นๆอีกมากมาย เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันอุดตันในเส้นเลือด โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ แตก ตัน ตามมา เทรนการลงทุนในธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพนั้นจึงหนีไม่พ้น เรื่องของอาหารทดแทน

ความพิเศษของหญ้าหวานคือ สามารถให้ปริมาณความหวานได้มากกว่าน้ำตาล 10 ถึง 15 เท่าโดยไม่ก่อให้เกิดพลังงาน (0 แคลอรี่) นั่นแปลว่า ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก หรือผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง น้ำหนักเกิน สามารถทานได้อย่างสบายใจ แถมมาด้วยฤทธิ์ของสรรพคุณช่วยบำรุงตับอ่อนและช่วยให้เลือดไปเลี้ยงสมองและร่างกายได้ดีขึ้น สรรพคุณของหญ้าหวานมีส่วนช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหารได้ และอีกจุดเด่นที่แตกต่างจากสารให้ความหวานแทนน้ำตาลประเภทอื่นก็คือไม่ทำให้อาหารเกิดสีน้ำตาลเมื่อผ่านความร้อนสูง ไม่ถูกย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ และไม่ถูกดูดซึมในระบบย่อยอาหาร และรสชาติที่ไม่ได้หวานปะแล่มเกินไปทำให้สามารถน้ำไปปรุงอาหารสำหรับผู้ป่วยได้

ปลอดภัยต่อผู้บริโภคไหม?

FDA สหรัฐฯ มีการประกาศถึงว่าหญ้าหวานเป็นพืชที่ปลอดภัย และให้การยอมรับว่าเป็น GRAS (Generally Recognized As Safe) นอกจากนี้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก็ได้มีการขึ้นทะเบียนให้สามารถใช้สารสตีวิโอไซด์ (จากหญ้าหวาน) เพื่อการบริโภคแทนน้ำตาลได้ มีความปลอดภัยสูง เพราะฉะนั้นผู้บริโภคอย่างเราก็หมดห่วงได้ค่ะ

ธุรกิจหญ้าหวาน ปี 2019 ก็เลยต้องมองว่าเป็นอะไรที่มาแรงมากเลยทีเดียว ยิ่งในตลาดประเทศเพื่อนบ้านเรายิ่งได้รับความนิยมมากเหลือเกินในขณะนี้ ในเวลาเพียงไม่นานจีนกลายเป็นผู้ผลิตสตีเวียรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีตลาดส่งออกใหญ่คือสหรัฐอเมริกาและมาเลเซีย ด้านแนวโน้มรัฐบาลไทยเองก็ผลักดันภาคเกษตรให้เกษตรกรหันมาปลูกหญ้าหวานมากยิ่งขึ้น ในขณะที่ตลาดโลกพร้อมอ้าแขนรับอย่างคาดไม่ถึง เช่นโคคาโคล่า เป๊ปซี่ และสตาร์บัคส์ ที่ใช้อยู่ในสัดส่วนที่สูงขึ้นมากในแต่ละปี

3. ธุรกิจกัญชา

ขณะนี้หลายประเทศอนุญาตให้ “กัญชา” ปลูกได้แบบถูกกฎหมายแล้ว  ในสหรัฐก็เช่นกัน 18 รัฐในสหรัฐอเมริกาที่อนุญาตให้ปลูกกัญชาได้อย่างถูกกฎหมาย มีการจัดงานแฟร์ยิ่งใหญ่อลังการเพื่อเปิดโอกาสให้โลกได้รู้ถึงสรรพคุณที่น่าอัศจรรย์ของมัน และเผยแพร่ในงาน “เอ็มเจบีซ คอน” (MjbizCon) ปี 2018 ที่คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ นครลาสเวกัส ซึ่งถือว่าเป็นงานโชว์ผลิตภัณฑ์กัญชาจัดใหญ่ที่สุดในโลก นักธุรกิจทั้งชาวไทยและต่างชาติทราบกันดีว่ากัญฃาไทยเป็น the best คือเป็นกัญชาที่มีสรรพคุณดีที่สุดในโลก ในวงการนักลงทุนจากทั่วโลก นับได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จัก “กัญชาของไทย”

พร้อมทั้งเปิดเผยผลการวิจัยและนำมาสกัดทำยารักษาโรค ผ่านผลงานวิจัยที่เกิดขึ้นในสหรัฐมากมาย สรรพคุณกัญชาไทยได้นำมาผสมผสานสมุนไพรไทยเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ ทดลองรักษาคนป่วยที่เป็นมะเร็ง ได้ผลตอบรับดีมากโดยทดสอบกับผู้ป่วยชาวไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย จีนและสหรัฐฯ และยังมีสรรพคุณอื่นๆอีกคือ ช่วยให้จิตใจสงบ มีสติ คลายวิตก ช่วยให้หลับสบาย ลดอาการปวด รวมทั้งการรักษาโรคอื่นๆด้วย

ธุรกิจนี้จะสร้างรายได้มหาศาล ให้กับผู้ประกอบการไทยที่รู้สึกตื่นตัวก่อน คุณทอมหนึ่งในนักลงทุนชาวไทยกล่าวว่า “ปัจจุบันการปลูกกัญชาขายมีรายได้สูงมากๆ” ต้นกัญชา 1 ต้น จะออกช่อดอก (Cola) นำมาสกัดเป็นน้ำมันได้เฉลี่ย 1-3 ปอนด์ จำหน่ายหน้าโรงงานราคาปอนด์ละ 3,000 เหรียญสหรัฐฯ (1 ต้นมีมูลค่า 9,000 เหรียญสหรัฐฯ) ระยะเวลาการปลูก 4 เดือน

ถ้ากฏหมายกัฐชาเสรีในบ้านเราผ่านขึ้นมา กำไรสู่ผู้ที่มองเห็นโอกาสนี้จะมหาศาลขนาดไหนลองเอากลับไปคิดดู…

4. ธุรกิจการรักษาโรคด้วยจุลินทรีย์บำบัด

จุลินทรีย์ธรรมฃาติ

จุลินทรีย์ธรรมชาติสร้างสมดุลธรรมชาติ

หลากหลายผลงานวิจัยที่ระบุถึงประโยชน์ของจุลินทรีย์ที่ให้ประโยชน์ทางการแพทย์แก่ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการนำจุลินทรีย์มาใช้รักษาโรคอ้วน ปรับระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกาย รักษาโรคมะเร็ง รักษาอาการบกพร่องทางจิตเวท รักษาอาการขอโรคซึมเศร้า รักษามะเร็งลำไส้ ช่วยในการทำงานของระบบย่อยอาหาร ด้วยการเพิ่มจำนวนจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพื่อทำให้ร่างกายมีสุขภาพที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน รักษาสมดุลในระบบลำไส้ เพราะจุลินทรีย์จะช่วยป้องกันเซลล์และเนื้อเยื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นักวิจัยเผยว่า ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่มีปริมาณจุลินทรีย์ชนิดดีในลำไส้ในระดับสูง มีแนวโน้มที่ดีขึ้นในการตอบสนองต่อการรักษาโรคมะเร็งได้ เนื่องจากจุลินทรีย์ชนิดดีเหล่านี้จะไปช่วยกระตุ้นเซลล์ของภูมิคุ้มกัน และทำให้การใช้ยาต้านมะเร็งสมัยใหม่ออกฤทธิได้ดีขึ้น

ทีมนักวิจัยในเท็กซัส ได้วางแผนที่จะดำเนินการทดลองทางคลินิกเพื่อทดสอบประโยชน์ของการใช้ภูมิคุ้มกันบำบัด (immunotherapy) ซึ่งหมายถึงเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันจะถูกกระตุ้นให้กำจัดสิ่งแปลกปลอมนั้นออกไป ร่วมกับการปรับสภาพของไมโครไบโอม (microbiome) ซึ่งคือจีโนมของจุลินทรีย์ทั้งหมดในร่างกายของผู้ป่วยโรคมะเร็ง

การศึกษาของ Metchnikoff E. ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลในปี ค.ศ.1908 พบว่า ชาวบัลกาเรียเป็นชนชาติที่มีอายุยืน ส่วนหนึ่งมาจากการรับประทานอาหารจำพวกนมหมักเป็นประจำทุกวัน

โรนัลด์ คาน นักวิจัยโรคเบาหวานแห่งภาควิชาการแพทย์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กล่าวถึงความ เรื่องของสภาวะน้ำหนักเกิน โรคอ้วน และเรื่องของระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกาย มีความเกี่ยวข้องกับความบกพร่องทางจิตเวช เเละจุลินทรีย์ในลำไส้มีบทบาทส่วนหนึ่งต่อระบบเผาผลาญพลังงาน การที่ปริมาณจุลินทรย์ต่ำทำให้ตับ กล้ามเนื้อ ไขมันเเละเนื้อเยื่ออื่นๆ ลดประสิทธิภาพในการตอบสนองต่อสารอินซูลินลดลง

จุลินทรีย์โพรไบโอติกส์เป็นแหล่งของแบคทีเรียชนิดดี มีอยู่ในอาหารที่หาทานได้ใกล้ตัวเราก็จริงหากแต่ด้วยสภาวะร่างกายของแต่ละคนนั้นมีความต้ องการที่แตกต่างกัน เช่น โยเกิร์ต ซุปมิโสะ เผือกบด กล้วย กระเทียม น้ำผึ้ง อาร์ติโชก และต้นหอม หน่อไม้ฝรั่ง ต้นหอม และหอมหัวใหญ่ กินของเหล่านี้ควรเลือกทานอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

Functional Medicine Test สามารถช่วยคุณทราบถึงแบคทีเรียในลำไส้ของตัวเอง ว่ามีความแตกต่างจากคนอื่นอย่างไร สามารถตรวจระดับฮอร์โมนในร่างกายรวมไปถึงความเสี่ยงในอนาคตอันใกล้นี้ที่จะเกิดขึ้นใน 3 ถึง 5 ปี จะมีการแปรรูปจุลินทรีย์ในรูปแบบต่างๆเพื่อเอามาใช้เชิงสุขภาพ จึงนับว่าเป็นเทรนสุขภาพที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวในการดูแลสุขภาพด้วยการไม่ใช้เคมี แต่ใช้วิธีจุลินทรีย์บำบัดมาช่วยระบบการทำงานชองร่างกาย ด้วยการปรับระดับจุลินทรีย์ให้เหมาะสมกับผู้บริโภคแต่ละคน คัดสรรจุลินทรีย์เฉพาะที่มีความหลากหลายเฉพาะกลุ่มเพื่อตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด

ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะเป็นสปา คลินิกเสริมความงาม หรือศูนย์ดูแลสุขภาพ คืนทุนพร้อมเพิ่มผลกำไรงามๆ กับธุรกิจเซลล์บำบัดด้วยวิธีธรรมชาติที่กำลังมาแรงในขณะนี้!

5. ธุรกิจผู้สูงอายุ Home Care และ Nursing Home เจาะกลุ่มตลาดกลางถึงตลาดบน

คนชรา

เพราะขณะนี้สัดส่วนผู้สูงอายุของไทยอยู่ที่ 15 เปอร์เซ็นต์ และคาดการณ์กันว่า ภายในปี 2564 ประชากรสูงวัยจะเพิ่มขึ้นเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ และภายในปี 2574 ประชากรสูงวัยจะเพิ่มเป็น 28 เปอร์เซ็นต์ เพราะเราก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aged Society) Nursing Home โฮมแคร์-บ้านจัดสรรที่เจาะกลุ่มสูงวัยไฮโซ เพราะด้วนเนเจอร์ของคนไทยนั้น มักจะต้องการให้พ่อแม่ผู้สูงวัยอยู่อย่างสบายหากแต่ตนเองไม่มีเวลาดูแล ธุรกิจนี้จึงน่าสนใจยิ่ง …

ดร.วีรณัฐ โรจนประภา ผู้เชี่ยวชาญด้านผู้สูงวัยกล่าวว่า ผู้สูงอายุจำนวนมากเกษียณอายุหลังจากการทำงานหนักมาตลอดเวลาหลายปี ทำให้มีความเสื่อมถอยด้านสุขภาพ ทำให้ผู้สูงอายุจำเป็นต้องได้รับการดูแล โดยที่ผ่านมาอัตราส่วนจำนวนผู้ดูแลกับผู้สูงอายุ อยู่ที่ 4:1

ปัจจุบันตลาด Home care ในไทยยังมีขนาดเล็กแต่มีโอกาสเติบโตได้อีกมาก สะท้อนได้จากการเติบโตของรายได้ราว 7% ต่อปี ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พบว่า Home care มีอัตรากำไรเพิ่มขึ้นราว 2 เท่าตัวเลยที่เดียว

6. ธุรกิจการฟื้นฟูสมรรถภาพ (Rehabilitation) แบบครบวงจร ดูแล กายภาพ ฟื้นฟูสุขภาพด้วย

ผู้สูงอายุ

การนำเทคโนโลยีการแพทย์มาใช้เพื่อให้เกิดเป็นธุรกิจบริการ ช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้สูงอายุแล้ว การใช้หลักของการกายภาพบำบัดเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพ ยังต้องผสมผสานด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยที่จะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวก เช่น เครื่องช่วยหายใจ เครื่องช่วยในการมองเห็น เครื่องช่วยการได้ยิน อุปกรณ์ช่วยสำหรับการเคลื่อนที่ อุปกรณ์เพิ่มออกซิเจนให้กับเซลล์ เป็นต้น รวมถึงการการวิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรมในการฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้สูงอายุ หากมีการเริ่มต้นธุรกิจในรูปแบบนี้ที่ครบวงจร ย่อมนำมาซึ่งรายได้ที่มากมายมหาศาลในระยะยาวได้อีกด้วย

อ้างอิง: https://www.voathai.com/a/obesity-depression-microbes-tk/4459678.html, ไทยรัฐออนไลน์, https://www.welify.com/financing/, มติชนออนไลน์, https://www.canopygrowth.com/, กระทรวงสาธารณสุข, มูลนิธิสุขภาพไทย, สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาต ACFS, https://thestandard.co, ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, scbsme.scb.co.th, มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ

เริ่มธุรกิจของคุณด้วยเทคโนโลยีเซลล์บำบัดกับ LPG® วันนี้ ทำตามขั้นตอนง่ายๆ

1. คำนวณรายได้ของคุณ [ LPG® Calculator ]

2. กรอกรายละเอียดของคุณเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญของเราติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมง [ ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญ LPG® ]

>