6 เทรนสุขภาพที่น่าลงทุนที่สุดแห่งปี 2019

Shares

จับตา! เทรนธุรกิจที่จะสร้างโอกาสให้กับนักลงทุนที่มาแรงที่สุดในปี 2019-2020 นี้

ธุรกิจผู้สูงอายุ Home Care และ Nursing Home ธุรกิจการฟื้นฟูสมรรถภาพ (Rehabilitation) ธุรกิจการรักษาโรคด้วยจุลินทรีย์บำบัด ธุรกิจเซลล์บำบัด เผื่อให้เซลล์แข็งแรง กระตุ้นระดับเนื้อเยื่อ ธุรกิจ Special Nutrition หรือ ธุรกิจโภชนาการพิเศษ เจาะลึกเทรนเหล่านี้ให้ดี เพราะมันจะไม่ได้หยุดแค่ปี 2019 นี้อย่างแน่นอน…

1. ธุรกิจเซลล์บำบัด

เครื่องLPG เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ

เซลล์บำบัด กระตุ้นระดับเซลล์ เสมือนหนึ่งการจับเซลล์มาออกกำลังกาย เพื่อให้เซลล์ที่มีอยู่มากมายหลายร้อยล้านเซลล์ในร่างกายแข็งแรงขึ้น ด้วยเหตุที่ธุรกิจด้านสุขภาพความงาม ยังคงมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนี้ ด้วยมูลค่ารวมกว่า 250,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มขยายตัวมากยิ่งขึ้น คาดว่าในปีนี้มูลค่าประมาณการในธุรกิจนี้สูงถึง 500,000 ล้านบาท ซึ่งแน่นอนว่าเป็นที่จูงใจไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุนที่จะเข้ามาดำเนินธุรกิจด้านนี้ 

แน่นอน! นับว่าเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการไทย เพราะประเทศไทยเราเป็นศูนย์กลางการพัฒนาขีดความสามารถด้านการแพทย์และความงาม ประเทศไทยเป็น Medical Hub ที่ตอบโจทย์ด้าน Medical Tourism ด้วยจุดแข็งที่เรามีมากกว่าทุกที่ในอาเซี่ยน คือ เราทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีความสามารถ มีนวตกรรมการแพทย์และเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า มีมาตรฐานบริการทางการแพทย์ที่ดีเยี่ยม ซึ่งสวนทางกับราคาค่ารักษาพยาบาลที่มีอยู่ ซึ่งถ้าเทียบต่างประเทศแล้ว ค่ารักษาพยาบาลบ้านเราถือว่าถูกมาก จึงทำให้ผู้ประกอบการไทยยังมีโอกาสทางธุรกิจด้านนี้อีกมาก

เทรนด์สุขภาพที่กำลังเป็นกระแสนิยม คือ การใช้เทคโนโลยีที่มาจากธรรมชาติ

ความต้องการการหลีกเลี่ยงเคมี หลีกเลี่ยงการนำสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย ไม่ใช้คลื่นความถี่ ไม่ใช้เลเซอร์ ไม่ใช้พลังงานความร้อน ไม่เกิดอันตรายต่อร่างกาย ไม่เจ็บตัว หน้าไม่บูดเบี้ยวผิดรูป ไม่ต้องการการพักฟื้น แต่สามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจนแบบยั่งยืน เน้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและตรงจุดกว่า โดยอาศัยเทคโนโลยีการกระตุ้นระดับเซลล์ ศาสตร์แห่งการกระตุ้นถึงระดับไฟโบบาสเซลล์จึงได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี ด้วยการกระตุ้นเซลล์ในระดับชั้นลึกของผิว ทำให้เซลล์แข็งแรงอย่างยั่ง ทำให้เซลล์มีสุขภาพดี พร้อมยืดอายุเซลล์ ให้มีอายุที่ยืนนานยิ่งขึ้น

และยังใช้เพื่อการรักษาอาการออฟฟิศซินโดรม รอยแผลผ่าตัด ปลุกเซลล์ผิวที่ตายให้กลับฟื้นคืนมาอีกครั้ง ขับของเสียออกจากร่างกาย ลดการบวม การเกิดพังผืดเนื้อตาย ลดความตึงเคล็ดของกล้ามเนื้อ ปรับระบบน้ำเหลืองให้ทำงานดีขึ้น เพิ่มการไหลเวียนโลหิตได้เป็นอย่างดี และสามารถช่วยให้กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเคมีระหว่างเซลล์ทำให้ทำงานได้ดีขึ้น

ในเชิงธุรกิจความงาม เป็นการดูแลรอยแผลเป็น แผลผ่าตัด แผลคีรอย ลดรอยด่างดำ รอยแผลเป็นสิว ริ้วรอยตีกา รอยหมองคล้ำรอบดวงตา สลายยเซลลูไลท์ ขจัดผิวเปลือกส้ม ลดรอบเอว กำจัดส่วนเกิน รีดน้ำเหลืองอาการคั่ง ช่วยผิวกระชับขึ้น นำมาใช้ในกระบวนการการปรับรูปหน้า กระตุ้นการไหลเวียนออกซิเจนใต้ผิว ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าผลพลอยได้ที่ได้รับ คือการเพิ่มกรดไฮยารูรอนิกส์ที่มากกว่า 80% เพิ่มของอีลาสตินถึง 46% ผิวเรียบเนียนขึ้นมากถึง 2 เท่า เทคโลโลยีนี้รองรับด้วยจากทั่วโลกกว่า 145 ชิ้น เป็นเทคโนโลยีที่นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส เป็นวิถีใหม่แห่งการใส่ใจสุขภาพ

2. ธุรกิจหญ้าหวาน (Stevia)

ผู้ป่วยเบาหวาน หญ้าหวาน

เป็นเทรนสุขภาพที่น่าสนใจและกำลังมาแรงเป็นอย่างยิ่ง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยความน่ากลัวของโรคนี้คือ ผู้ใหญ่ 1 ใน 10 คนป่วยเป็นโรคเบาหวาน ซึ่งการเป็นโรคเบาหวานนี้นำพามาด้วยโรคอื่นๆอีกมากมาย เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันอุดตันในเส้นเลือด โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ แตก ตัน ตามมา เทรนการลงทุนในธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพนั้นจึงหนีไม่พ้น เรื่องของอาหารทดแทน

ความพิเศษของหญ้าหวานคือ สามารถให้ปริมาณความหวานได้มากกว่าน้ำตาล 10 ถึง 15 เท่าโดยไม่ก่อให้เกิดพลังงาน (0 แคลอรี่) นั่นแปลว่า ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก หรือผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง น้ำหนักเกิน สามารถทานได้อย่างสบายใจ แถมมาด้วยฤทธิ์ของสรรพคุณช่วยบำรุงตับอ่อนและช่วยให้เลือดไปเลี้ยงสมองและร่างกายได้ดีขึ้น สรรพคุณของหญ้าหวานมีส่วนช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหารได้ และอีกจุดเด่นที่แตกต่างจากสารให้ความหวานแทนน้ำตาลประเภทอื่นก็คือไม่ทำให้อาหารเกิดสีน้ำตาลเมื่อผ่านความร้อนสูง ไม่ถูกย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ และไม่ถูกดูดซึมในระบบย่อยอาหาร และรสชาติที่ไม่ได้หวานปะแล่มเกินไปทำให้สามารถน้ำไปปรุงอาหารสำหรับผู้ป่วยได้

ปลอดภัยต่อผู้บริโภคไหม?

FDA สหรัฐฯ มีการประกาศถึงว่าหญ้าหวานเป็นพืชที่ปลอดภัย และให้การยอมรับว่าเป็น GRAS (Generally Recognized As Safe) นอกจากนี้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก็ได้มีการขึ้นทะเบียนให้สามารถใช้สารสตีวิโอไซด์ (จากหญ้าหวาน) เพื่อการบริโภคแทนน้ำตาลได้ มีความปลอดภัยสูง เพราะฉะนั้นผู้บริโภคอย่างเราก็หมดห่วงได้ค่ะ

ธุรกิจหญ้าหวาน ปี 2019 ก็เลยต้องมองว่าเป็นอะไรที่มาแรงมากเลยทีเดียว ยิ่งในตลาดประเทศเพื่อนบ้านเรายิ่งได้รับความนิยมมากเหลือเกินในขณะนี้ ในเวลาเพียงไม่นานจีนกลายเป็นผู้ผลิตสตีเวียรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีตลาดส่งออกใหญ่คือสหรัฐอเมริกาและมาเลเซีย ด้านแนวโน้มรัฐบาลไทยเองก็ผลักดันภาคเกษตรให้เกษตรกรหันมาปลูกหญ้าหวานมากยิ่งขึ้น ในขณะที่ตลาดโลกพร้อมอ้าแขนรับอย่างคาดไม่ถึง เช่นโคคาโคล่า เป๊ปซี่ และสตาร์บัคส์ ที่ใช้อยู่ในสัดส่วนที่สูงขึ้นมากในแต่ละปี

3. ธุรกิจกัญชา

ขณะนี้หลายประเทศอนุญาตให้ “กัญชา” ปลูกได้แบบถูกกฎหมายแล้ว  ในสหรัฐก็เช่นกัน 18 รัฐในสหรัฐอเมริกาที่อนุญาตให้ปลูกกัญชาได้อย่างถูกกฎหมาย มีการจัดงานแฟร์ยิ่งใหญ่อลังการเพื่อเปิดโอกาสให้โลกได้รู้ถึงสรรพคุณที่น่าอัศจรรย์ของมัน และเผยแพร่ในงาน “เอ็มเจบีซ คอน” (MjbizCon) ปี 2018 ที่คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ นครลาสเวกัส ซึ่งถือว่าเป็นงานโชว์ผลิตภัณฑ์กัญชาจัดใหญ่ที่สุดในโลก นักธุรกิจทั้งชาวไทยและต่างชาติทราบกันดีว่ากัญฃาไทยเป็น the best คือเป็นกัญชาที่มีสรรพคุณดีที่สุดในโลก ในวงการนักลงทุนจากทั่วโลก นับได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จัก “กัญชาของไทย”

พร้อมทั้งเปิดเผยผลการวิจัยและนำมาสกัดทำยารักษาโรค ผ่านผลงานวิจัยที่เกิดขึ้นในสหรัฐมากมาย สรรพคุณกัญชาไทยได้นำมาผสมผสานสมุนไพรไทยเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ ทดลองรักษาคนป่วยที่เป็นมะเร็ง ได้ผลตอบรับดีมากโดยทดสอบกับผู้ป่วยชาวไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย จีนและสหรัฐฯ และยังมีสรรพคุณอื่นๆอีกคือ ช่วยให้จิตใจสงบ มีสติ คลายวิตก ช่วยให้หลับสบาย ลดอาการปวด รวมทั้งการรักษาโรคอื่นๆด้วย

ธุรกิจนี้จะสร้างรายได้มหาศาล ให้กับผู้ประกอบการไทยที่รู้สึกตื่นตัวก่อน คุณทอมหนึ่งในนักลงทุนชาวไทยกล่าวว่า “ปัจจุบันการปลูกกัญชาขายมีรายได้สูงมากๆ” ต้นกัญชา 1 ต้น จะออกช่อดอก (Cola) นำมาสกัดเป็นน้ำมันได้เฉลี่ย 1-3 ปอนด์ จำหน่ายหน้าโรงงานราคาปอนด์ละ 3,000 เหรียญสหรัฐฯ (1 ต้นมีมูลค่า 9,000 เหรียญสหรัฐฯ) ระยะเวลาการปลูก 4 เดือน

ถ้ากฏหมายกัฐชาเสรีในบ้านเราผ่านขึ้นมา กำไรสู่ผู้ที่มองเห็นโอกาสนี้จะมหาศาลขนาดไหนลองเอากลับไปคิดดู…

4. ธุรกิจการรักษาโรคด้วยจุลินทรีย์บำบัด

จุลินทรีย์ธรรมฃาติ

จุลินทรีย์ธรรมชาติสร้างสมดุลธรรมชาติ

หลากหลายผลงานวิจัยที่ระบุถึงประโยชน์ของจุลินทรีย์ที่ให้ประโยชน์ทางการแพทย์แก่ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการนำจุลินทรีย์มาใช้รักษาโรคอ้วน ปรับระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกาย รักษาโรคมะเร็ง รักษาอาการบกพร่องทางจิตเวท รักษาอาการขอโรคซึมเศร้า รักษามะเร็งลำไส้ ช่วยในการทำงานของระบบย่อยอาหาร ด้วยการเพิ่มจำนวนจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพื่อทำให้ร่างกายมีสุขภาพที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน รักษาสมดุลในระบบลำไส้ เพราะจุลินทรีย์จะช่วยป้องกันเซลล์และเนื้อเยื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นักวิจัยเผยว่า ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่มีปริมาณจุลินทรีย์ชนิดดีในลำไส้ในระดับสูง มีแนวโน้มที่ดีขึ้นในการตอบสนองต่อการรักษาโรคมะเร็งได้ เนื่องจากจุลินทรีย์ชนิดดีเหล่านี้จะไปช่วยกระตุ้นเซลล์ของภูมิคุ้มกัน และทำให้การใช้ยาต้านมะเร็งสมัยใหม่ออกฤทธิได้ดีขึ้น

ทีมนักวิจัยในเท็กซัส ได้วางแผนที่จะดำเนินการทดลองทางคลินิกเพื่อทดสอบประโยชน์ของการใช้ภูมิคุ้มกันบำบัด (immunotherapy) ซึ่งหมายถึงเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันจะถูกกระตุ้นให้กำจัดสิ่งแปลกปลอมนั้นออกไป ร่วมกับการปรับสภาพของไมโครไบโอม (microbiome) ซึ่งคือจีโนมของจุลินทรีย์ทั้งหมดในร่างกายของผู้ป่วยโรคมะเร็ง

การศึกษาของ Metchnikoff E. ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลในปี ค.ศ.1908 พบว่า ชาวบัลกาเรียเป็นชนชาติที่มีอายุยืน ส่วนหนึ่งมาจากการรับประทานอาหารจำพวกนมหมักเป็นประจำทุกวัน

โรนัลด์ คาน นักวิจัยโรคเบาหวานแห่งภาควิชาการแพทย์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กล่าวถึงความ เรื่องของสภาวะน้ำหนักเกิน โรคอ้วน และเรื่องของระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกาย มีความเกี่ยวข้องกับความบกพร่องทางจิตเวช เเละจุลินทรีย์ในลำไส้มีบทบาทส่วนหนึ่งต่อระบบเผาผลาญพลังงาน การที่ปริมาณจุลินทรย์ต่ำทำให้ตับ กล้ามเนื้อ ไขมันเเละเนื้อเยื่ออื่นๆ ลดประสิทธิภาพในการตอบสนองต่อสารอินซูลินลดลง

จุลินทรีย์โพรไบโอติกส์เป็นแหล่งของแบคทีเรียชนิดดี มีอยู่ในอาหารที่หาทานได้ใกล้ตัวเราก็จริงหากแต่ด้วยสภาวะร่างกายของแต่ละคนนั้นมีความต้ องการที่แตกต่างกัน เช่น โยเกิร์ต ซุปมิโสะ เผือกบด กล้วย กระเทียม น้ำผึ้ง อาร์ติโชก และต้นหอม หน่อไม้ฝรั่ง ต้นหอม และหอมหัวใหญ่ กินของเหล่านี้ควรเลือกทานอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

Functional Medicine Test สามารถช่วยคุณทราบถึงแบคทีเรียในลำไส้ของตัวเอง ว่ามีความแตกต่างจากคนอื่นอย่างไร สามารถตรวจระดับฮอร์โมนในร่างกายรวมไปถึงความเสี่ยงในอนาคตอันใกล้นี้ที่จะเกิดขึ้นใน 3 ถึง 5 ปี จะมีการแปรรูปจุลินทรีย์ในรูปแบบต่างๆเพื่อเอามาใช้เชิงสุขภาพ จึงนับว่าเป็นเทรนสุขภาพที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวในการดูแลสุขภาพด้วยการไม่ใช้เคมี แต่ใช้วิธีจุลินทรีย์บำบัดมาช่วยระบบการทำงานชองร่างกาย ด้วยการปรับระดับจุลินทรีย์ให้เหมาะสมกับผู้บริโภคแต่ละคน คัดสรรจุลินทรีย์เฉพาะที่มีความหลากหลายเฉพาะกลุ่มเพื่อตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด

ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะเป็นสปา คลินิกเสริมความงาม หรือศูนย์ดูแลสุขภาพ คืนทุนพร้อมเพิ่มผลกำไรงามๆ กับธุรกิจเซลล์บำบัดด้วยวิธีธรรมชาติที่กำลังมาแรงในขณะนี้!

5. ธุรกิจผู้สูงอายุ Home Care และ Nursing Home เจาะกลุ่มตลาดกลางถึงตลาดบน

คนชรา

เพราะขณะนี้สัดส่วนผู้สูงอายุของไทยอยู่ที่ 15 เปอร์เซ็นต์ และคาดการณ์กันว่า ภายในปี 2564 ประชากรสูงวัยจะเพิ่มขึ้นเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ และภายในปี 2574 ประชากรสูงวัยจะเพิ่มเป็น 28 เปอร์เซ็นต์ เพราะเราก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aged Society) Nursing Home โฮมแคร์-บ้านจัดสรรที่เจาะกลุ่มสูงวัยไฮโซ เพราะด้วนเนเจอร์ของคนไทยนั้น มักจะต้องการให้พ่อแม่ผู้สูงวัยอยู่อย่างสบายหากแต่ตนเองไม่มีเวลาดูแล ธุรกิจนี้จึงน่าสนใจยิ่ง …

ดร.วีรณัฐ โรจนประภา ผู้เชี่ยวชาญด้านผู้สูงวัยกล่าวว่า ผู้สูงอายุจำนวนมากเกษียณอายุหลังจากการทำงานหนักมาตลอดเวลาหลายปี ทำให้มีความเสื่อมถอยด้านสุขภาพ ทำให้ผู้สูงอายุจำเป็นต้องได้รับการดูแล โดยที่ผ่านมาอัตราส่วนจำนวนผู้ดูแลกับผู้สูงอายุ อยู่ที่ 4:1

ปัจจุบันตลาด Home care ในไทยยังมีขนาดเล็กแต่มีโอกาสเติบโตได้อีกมาก สะท้อนได้จากการเติบโตของรายได้ราว 7% ต่อปี ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พบว่า Home care มีอัตรากำไรเพิ่มขึ้นราว 2 เท่าตัวเลยที่เดียว

6. ธุรกิจการฟื้นฟูสมรรถภาพ (Rehabilitation) แบบครบวงจร ดูแล กายภาพ ฟื้นฟูสุขภาพด้วย

ผู้สูงอายุ

การนำเทคโนโลยีการแพทย์มาใช้เพื่อให้เกิดเป็นธุรกิจบริการ ช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้สูงอายุแล้ว การใช้หลักของการกายภาพบำบัดเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพ ยังต้องผสมผสานด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยที่จะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวก เช่น เครื่องช่วยหายใจ เครื่องช่วยในการมองเห็น เครื่องช่วยการได้ยิน อุปกรณ์ช่วยสำหรับการเคลื่อนที่ อุปกรณ์เพิ่มออกซิเจนให้กับเซลล์ เป็นต้น รวมถึงการการวิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรมในการฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้สูงอายุ หากมีการเริ่มต้นธุรกิจในรูปแบบนี้ที่ครบวงจร ย่อมนำมาซึ่งรายได้ที่มากมายมหาศาลในระยะยาวได้อีกด้วย

อ้างอิง: https://www.voathai.com/a/obesity-depression-microbes-tk/4459678.html, ไทยรัฐออนไลน์, https://www.welify.com/financing/, มติชนออนไลน์, https://www.canopygrowth.com/, กระทรวงสาธารณสุข, มูลนิธิสุขภาพไทย, สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาต ACFS, https://thestandard.co, ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, scbsme.scb.co.th, มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ

เริ่มธุรกิจของคุณด้วยเทคโนโลยีเซลล์บำบัดกับ LPG® วันนี้ ทำตามขั้นตอนง่ายๆ

1. คำนวณรายได้ของคุณ [ LPG® Calculator ]

2. กรอกรายละเอียดของคุณเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญของเราติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมง [ ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญ LPG® ]

>