5 สิ่งที่ผู้หญิงไม่ควร ”ทน”

Shares

ชีวิตผู้หญิงอย่างเรามีค่า เกินกว่าจะทนกับ 5 สิ่งนี้

มันใกล้ตัวเกินไป อย่าทนอีกเลย…

1. ทนกับแดด Sunburn

แดดเมืองไทย มีแค่ร้อน ร้อนมาก และร้อนจนจะไหม้ แดดเป็อะไรที่เรายากจะหลีกเลี่ยง

ทำให้ผิวแสบ ลอก ไหม้ เบริ์น ผิวเสีย คอลลาเจนชั้นในผิวหนังเสื่อมสภาพ เซลล์ผิวอักเสบ เกิดฝ้า กระตามมา เพราะแดดสมัยนี้มีทั้ง UVA UVB UVC

สิ่งที่ต้องทำอันดับแรกก่อนออกจากบ้านทุกครั้งนะคะ คือ การทาครีมกันแดด ที่มีประสิทธิภาพในการปกป้องผิวอย่างแท้จริง

การเลือก SPF (Sun Protection Factor) ค่าสูงๆ เพราะมันสามารถปกป้องได้ยาวนานกว่า ไม่ใช่ป้องกันได้ดีกว่า แต่ทำให้เราไม่ต้องทาซ้ำบ่อย

SPF15 ป้องกันผิวจากแดดนาน = 4-5 ชม.

SPF30 ป้องกันผิวจากแดดนาน = 8-10 ชม.

SPF50 ป้องกันผิวจากแดดนาน = 12-16 ชม.

ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปประสิทธิภาพของสารกันแดดที่มีนั้นก็จะค่อยๆลดลง

PA คือค่าการป้องกันรังสี UVA ควรมี ++ ขึ้นไป เพราะฉะนั้นแนะนำว่า

วิธีที่ช่วยแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุด คือ ให้ใช้ครีมกันแดดคุณภาพดี มีค่า *** SPF30 ขึ้นไป และมีค่า PA +++ ถึงจะคลอบคลุมค่ะ และหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดโดยตรง ใช้ครีมหรือเซรั่มที่มีคำว่า anti pollution เพราะมันจะทำให้ผิวเราดูดซับยูวีได้น้อยลง

2. ทนกับสารเคมีอันตราย ที่แฝงมาในเครื่องสำอาง

ผู้ผลิตครีมและเครื่องสำอางหลายยี่ห้อ หรือกระทั่งคลินิคหลายๆแห่งเอง ชอบแอบใส่เจือปนสารเคมีที่มีฤทธิ์อันตรายต่อผิวมาในครีม เครื่องสำอาง เซรั่ม โดยที่ผู้บริโภคอย่างเราๆไม่รู้ตัว

เพราะต้องการการเห็นผลลัทพ์ที่ไว ขาวภายในข้ามคืน หน้าฟูเด้งภายในครั้งแรกที่ใช้ สิวยุบทันทีที่ทาทิ้งไว้

อะไรที่เห็นผลชัดเจนเร็วขนาดนั้น 100% เป็นสารเคมีที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อคุณอย่างแน่นอน

เช่น ในโฟมล้าง มักมีสารลดแรงตึงผิว MIT 

ในครีม เซรั่ม หน้าขาว หน้าฟู มักมีสารปรอท สเตียรอยด์ สีเทียม พาราเบน Minerral Oil SLES หรือส่วนผสมที่มาจากสัตว์

ในยารักษาสิวมักมี กรดวิตามินเอ หรือ เรทิโนอิก (Retinoic acid) ให้สิวยุบหน้าขาวขึ้น

สารพวกนี้บางทีเราทดสอบด้วยตัวเองไม่ได้นะ ต้องส่งตรวจกับทางห้องทดลองของ อย. เท่านั้น เพราะฉะนั้น วิธีการที่เดียวคือ เราต้องฉลาดเลือกนะคะ

วิธีที่ช่วยแก้ปัญหาคือ สังเกตุเครื่องหมายอย. เครื่องหมายการค้าการรัรองจากสถาบันที่น่าเชื่อถือ ไม่ใช้ครีมกวนเอง หรือครีมที่หลอกขายตามอินเตอร์เน็ทต่างๆ เชคเลขทะเบียนกับ อย.โดยตรง และสังเกตุความผิดปกติที่ผิวตัวเองด้วย 

ทดสอบกับผิวโดยทาทิ้งไว้ในบริเวณจุดที่เป็นผิวค่อนข้างบอบบาง เช่น ท้องแขน คาง ข้างแก้มของคุณ

มาค้นพบ "5 วิธีที่จะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับคลีนิคของคุณ" 

ค้นพบ 5 วิธีที่คลีนิคทั่วโลกใช้ในการก้าวเข้าสู่การทำเงินในธุรกิจสุขภาพองค์รวม

3. ทนฝุ่น pm2.5 อุดตันรูขุมขน

PM 2.5 นี้มีสารอนุมูลอิสระที่สามารถแทรกซึมเข้าสู่ผิวของเรา ซึ่งเจ้าอนุมูลอิสระนี้ คือ โมเลกุลขนาดเล็กที่พยายามจะไปจับคู่กับสารต่าง ๆ ในร่างกาย จนเกิดเป็นเซลล์ที่เป็นอันตรายต่อระบบต่างๆ ภายในร่างกาย รวมถึงเซลล์ผิวของเราด้วย

คือฝุ่นละอองขนาดเล็กมากๆ เล็กขนาดที่ว่า 1 ใน 25 ส่วนของเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมคนเรา เห๋ยยย ไมมันเล้กกกเล็กขนาดนี้ 

นอกจากจะเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจแล้ว  PM 2.5 เปรียบได้กับอนุมูลอิสระตัวร้ายโดยมันจะแทรกซึมเข้าสู่ผิวของเรา ซึ่งอนุมูลอิสระคือ โมเลกุลขนาดเล็กที่พยายามจะไปจับคู่กับสารต่างๆในร่างกาย แปลงสภาพเป็นเซลล์ที่เป็นอันตราย

น่ากลัวขนาดที่ว่าบางที ใช้คลีนซิ่งมิ้วเช็ด 2 รอบก็แล้ว ใช้โทนเนอร์เช็ดอีกก็ยังไม่สามารถกำจัดมันออกไปจากรูขุมขนเราได้เลย

ซ้ำถ้าหามีฝนตกลงมา น้ำฝนบางส่วนจะดูดซับ PM 2.5 ไว้ กลายเป็นฝนพิษ พอเราโดนหน้าก็ทำให้สิวขึ้น ผดผื่นเห่อขึ้นได้อีกด้วย

วิธีที่ช่วยแก้ปัญหาคือ ใช้คลีนเซอร์ และโทนเนอร์ ที่สามารถทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึกจริงๆ ลดความมันบนผิวหน้า หลีกเลี่ยงการเผชิญกับมลภาวะโดยตรง เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า มีสาร anti pollution ก็ช่วยได้ดีมากๆ

4. ทนกับน้ำที่ไม่สะอาด 

น้ำเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการที่ทำให้เราเป็นสิว ระคายเคือง เกิดผดผื่นที่ผิวได้เช่นกันค่ะ

เพราะระบบน้ำถูกฝันอยู่ใต้ดิน เราไม่สามารถทราบได้เลยว่าเกิดการปนเปื้อได้อย่างไรบ้าง มีตะไคร่เกาะ ท่อแตก รั่ว ซึม ซึ่งมองไม่เห็น

ยิ่งในกทม.ใช้เครื่องปั๊มน้ำกันทุกบ้านอยู่แล้ว มันยิ่งจะดูดสิ่งสกปรกกลับเข้าสู่ระบบท่อ น้ำที่เราใช้จึงไม่สะอาดเท่าที่ควร

และด้วยวิธีการบำบัดความสะอาดของน้ำของ กปน. เองได้เพิ่มปริมาณคลอรีนเพื่อฆ่าเชื้อโรคในน้ำ

แน่นอนมีกลิ่นคลอรีนในน้ำประปาที่บ้านแน่นอน บางคนผิวแพ้คลอรีน ทำให้หน้าเป็นสิวไม่หายสักที ผิวเป็นผดผื่นคันไม่รู้จะแก้ยังไง ก็ด้วยเหตุผลนี้แหละค่ะ

วิธีที่ช่วยแก้ปัญหาคือ ใช้น้ำดื่มแบบบรรจุขวด ล้างหน้าไปก่อนเลย จนกว่าอาการแพ้และระคายเคืองจะหายสนิท ค่อยเปลี่ยนกลับมาใช้น้ำต้มสุกหรือน้ำสะอาดที่บ้านตามปกติได้

5. ทนกับสิ่งเจือปนในอาหาร 

วัตถุเจือปนในอาหารืถูกแฝงมากับกระบวนการการแปรรูปอาหารซึ่งผู้บริโภคอย่างเรานั้นยากที่จะตรวจสอบ และไม่มีทางรู้ได้เลย

ที่เรามักรู้จักกันเช่น วัตถุกันเสีย สารป้องกันการหืนในอาหารสำเร็จรูป, สารเพิ่มความหนืดในซอส, สารช่วยให้คงรูปให้เนื้อเยื่อของผัก ผลไม้ คงรูป,สารที่ป้องกันการจับตัวเป็นก้อน ใช้เติมในอาหารแห้ง ประเภทที่เป็นผง อย่างเช่น นมผง น้ำผลไม้ผง เครื่องดื่มผง ผงฟู ผงปรุงรส เกลือ…

ใกล้ตัวมากใช่ไหมล่ะคะ เห็นแบบนี้ถามว่าชีวิตเราหลีกเลี่ยงเคมีอะไรได้หรอ? แน่นอนว่ายากมากๆค่ะ

สิ่งที่เราทำได้คือ ระมัดระวังการบริโภคอาหารแปรรูปและสารเคมีปนเปื้อนต่างๆให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้จะมีอย. มีกฏหมายอยู่ในบ้านเรา ก็มีการละเมิดกันอยู่ดี

หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อท่าผู้อ่านนะคะ

ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ

>